
•…ทันทีที่ “ฝนตกตอนค่ำ” ไม่ว่าจะวันไหน “ถนนในกรุงเทพฯ” แปรสภาพเป็น “นรก” รถจอดสนิทไม่ขยับ คนเดินทางกลับบ้านหรือไปธุระปะปัง ต่างไม่รู้ชะตากรรม หนทางเดียวที่เอาตัวรอดได้คือ “หาอาหารเผื่อไว้ในรถ” อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าจะ “แก้ปัญหารถติดใน กทม.ให้ได้ภายใน 3 เดือน” เสียงปรบมือให้จึงดังไปทั่ว น่าเสียดายที่วันต่อมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาอธิบายว่า “ท่านผู้นำ” ไม่ได้หมายความอย่างที่คนฟังแล้วเข้าใจ แต่หมายถึงว่าจะให้ “หน่วยงานต่างๆ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหามาภายใน 3 เดือน” ทำให้ “ความหวังคนกรุงพังทลายในพริบตา” และจากนั้นเรื่องนี้เหมือนไม่มีใครใส่ใจอีกต่อไป “ฝนแช่มาเมื่อไร” ต้องทำใจรับสภาพ “ถนนนรก”
•…วิธีแรกเพื่อแก้ปัญหาบนท้องถนน ที่เสนอโดย “กรมการขนส่งทางบก” เพิ่มค่าปรับ “ไม่มีใบขับขี่” จาก “1,000 บาท” เป็น “50,000 บาท” เป็นประเด็นที่ชาวบ้านร้านตลาด “ด่ากันขรม” เพราะมองไม่เห็นว่า “ใบขับขี่มีผลต่อรถติดน้อยมาก” แต่ผลมากจะเกิดขึ้นกับการทำมาหากินของ “นักตั้งด่านทั้งหลาย” ผู้คน
จึงรอฟังคำอธิบายของ “โฆษกไก่อู” ว่าจะทำให้ “ความหวังต่อวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาล” เกิดขึ้นในใจประชาชนได้หรือไม่
•…6 เรื่องที่ วิษณุ เครืองาม เปิดออกมาให้ “พรรคการเมืองขยับได้” ดูจะเฉพาะกับ “กิจการภายใน” เรื่อง “สมาชิกกับคณะผู้บริหารพรรค” เป็นหลัก ยังไม่เกี่ยวกับการเสนอ “นโยบาย” หรือ “การหาเสียงเพื่อเสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้ประชาชนรับทราบ” ด้วยเหตุนี้ ความหวังที่ว่า “นักการเมืองจะเป็นปากเป็นเสียงให้ในเรื่องที่ประชาชนเดือดร้อน” จึงยังไม่เต็มที่ ท่ามกลางกฎหมายที่เข้มงวดกับ “นักการเมืองจากการเลือกตั้ง” ต่างคนต่างไม่อยากเสี่ยงกับ “การตัดสิน” ที่ยังไม่มั่นใจว่าไม่มีวาระแอบแฝง
•…การเมืองยุค “บิ๊กดาต้า” เครือข่ายออนไลน์ ประเมินผลคะแนนนิยมแม่นยำ “เทคโนโลยีการเมือง” เป็นเครื่องมือที่ “เลือกใช้” กันคึกคัก จึงไม่แปลกที่แม้วันเลือกตั้งจะอีกยาวนาน แต่ “พรรคการเมืองบางพรรค” แสดงความเชื่อมั่นสูงยิ่งขณะที่ความเป็นไปของ “บางกลุ่มบางพวก” สะท้อนถึง “ความทุลักทุเล” เดินหน้าก็ฝืน ถอยหลังก็ “มาไกลเกินไป” ที่คิดหาทาง “จำกัดหาเสียงออนไลน์” จะยิ่งสะท้อนถึงสภาวะ “ตามโลกไม่ทัน” เพราะนอกจากจะ “จำกัดเสรีภาพในเสมือนได้ยาก” และ “เสี่ยงต่อการถูกโจมตีเรื่องปิดกั้นเสรีในหนทางที่ตัวเองล้าหลัง” แล้ว ยังจะหลงทางว่า “ออนไลน์ใช้แค่หาเสียง” ซึ่งจะถูกทิ้งห่างหนักขึ้นไปอีก
•…เพราะเลือกตั้งเที่ยวนี้ จะเป็นคำตอบว่า “ประชาชน” จะเลือกการปกครองแบบไหนให้ประเทศ โดยมี “ประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่” ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ตัวละครยังเรียงหน้าอยู่บนเวทีครบ แถม “ผลงานของรัฐบาลแบบไหน เป็นความหวังที่ดีกว่าให้ชีวิต” มีให้เปรียบเทียบกับเห็นๆ การคิดว่า “ประชาชนโง่” ไม่เห็น “คุณ” เห็น “โทษ” ของการเลือกใคร ไม่เลือกใคร “นักการเมือง” ที่ยังเคลื่อนแบบ “ไดโนเสาร์” ที่ไม่รู้ว่า “โลกเปลี่ยนไปแล้ว” น่าจะต้องได้รับบทเรียนครั้งใหญ่
•…น่าสนใจยิ่งอยู่ที่ทุกย่างก้าวของ “ประชาธิปัตย์” ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล้วนมีมือดีโยงเข้าสู่ “บอยคอตเลือกตั้ง” จนเป็นที่มาของ “รัฐประหาร” ที่ส่งผลใหญ่หลวงต่อ “ประชาธิปไตย” ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน โชว์ให้เห็นผลงาน “เปิดประตู” ให้ “รัฐประหาร” ให้ประชาชนรับรู้อยู่เต็ม “สองตา
หนึ่งใจ” ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไรกับ “อนาคตของชีวิตที่การเมืองมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนด”
•…ผลสำรวจ ทุกสำนักโพล คะแนนนิยม “บิ๊กตู่” ยังสูงลิ่ว เหนือทุกคน จากทุกพรรค ก่อกระแส “พรรคหนุน คสช.” เกิดแล้วเกิดอีก ทว่าถึงวันนี้ คำถามอยู่ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” เลือกฝากชื่อไว้กับ “บัญชีนายกฯ” ของพรรคใด ด้วยเลือกเมื่อไร เป็นอันว่า “พรรคอื่นจบเห่” กลายเป็น “ของแถมทันที” และหาก “ไม่เลือก” ย่อมหมายถึง รอขั้นตอน “นายกฯคนนอก” ซึ่งเงื่อนไขทางกฎหมาย มีความเสี่ยงไม่น้อย แถมเสียงต่อต้านมีโอกาสจะกระหึ่ม หมากเกมนี้ ไม่หมูเสียแล้ว
•…ศุกร์ 31 สิงหาคมนี้ “ร้อยโทหญิงกัญญาวีร์” บุตรสาว พล.ท.โชติวัฒน์-นางณัฐนพิน ภูมิภัทรสวัสดิ์ ฉลองมงคลสมรสกับ “ร้อยตำรวจเอกภัทรยศ” บุตรชาย พล.อ.ยศนันท์-นางธนวีณา หร่ายเจริญ ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต เวลา 18.00 น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าภาพ
ชโลทร







