ทิศทางเพื่อไทย เอาหรือไม่เอา‘คสช.’ แนวทางสองก๊ก

29.08.18 | 12:30 น.

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังถือว่าพรรคเพื่อไทยคือคู่ต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง แต่ดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยได้ก้าวข้ามพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งเห็นคำทำนายถึงผลการเลือกตั้งล่วงหน้า

ไม่ว่าจะมาจากกรุงลอนดอน ไม่ว่าจะมาจากสิงคโปร์ เบื้องต้นก็ระบุเพียงว่าจะชนะถล่มทลาย ต่อเมื่อไปปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่งจึงชี้ลงมาชัดๆ

ชัดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้มากกว่า 250

ตรงนี้เท่ากับยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยได้ก้าวข้ามพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทยไปแล้ว

Advertisement

ขณะที่พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังชาติไทย แทบไม่มีความหมาย

ทฤษฎี “สามก๊ก” ในทางการเมืองอันเสนอโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงไม่มีประโยชน์เพราะบทสรุปของพรรคเพื่อไทยมีเพียง “สองก๊ก” เท่านั้น

คือ เอา คสช. กับ ไม่เอา คสช.

อาจกล่าวได้ว่าในฐานะที่เป็นผู้ก่อรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 คสช.อาจอยู่ในสถานะเป็นผู้กำหนดเกม

เริ่มจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557

จากนั้นก็เป็นบทบาทของ “แม่น้ำ 5 สาย” ที่มีเป้าหมาย 1 ชำระล้างคนของพรรคเพื่อไทย คนของพรรคพลังประชาชน คนของพรรคไทยรักไทย

หากไม่ถูกถอดถอน ก็ติดคุกติดตะราง

ขณะเดียวกัน เป้าหมาย 1 คือกำหนดกฎกติกาเพื่อนำไปสู่การจัดการกับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ให้สิ้นซาก

เพื่อเป็นหลักประกันในการสืบทอด “อำนาจ”

ไม่ว่าประกาศ ไม่ว่าคำสั่ง ไม่ว่ากฎหมาย ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ว่าองค์กรอิสระ ล้วนดำรงจุดมุ่งหมายนี้ทั้งสิ้น

กระนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “การเลือกตั้ง”

เหมือนกับว่า คสช.จะเป็นผู้กำหนดเกมผ่านกระบวนการของ “การเลือกตั้ง” แต่ก็ต้องยอมรับว่าภายในกระบวนการของการเลือกตั้ง

ในที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับ “ประชาชน”

แม้ว่าการเลือกตั้งจะอยู่ภายใต้กฎกติกาอย่างที่ปัญญาชนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และรวมถึง กปปส.หมิ่นหยามว่า

เป็นการตัดสินใจ 4 วินาที

แต่ภายใน 4 วินาทีนั่่นแหละที่ความรู้สึกและความคิดของประชาชนได้สะสมบทเรียนและประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง

จากรัฐประหารปี 2549 ถึง รัฐประหารปี 2557

จากเดือนกันยายน 2549 มายังเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นเวลา 13 ปีที่ประชาชนรับรู้ทุกข์ สุข มาด้วยตนเอง

รู้ว่าจะเลือก “คสช.” หรือว่าจะ “ไม่” เลือก คสช.

ในเมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศแนวทางของตนอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ว่า 1 ไม่เอา คสช. และ 1 ไม่เอามรดกของ คสช.

จึงไม่เพียงแต่จะเสนอทางเลือกให้ “ประชาชน”

ตรงกันข้าม ได้เสนอทางเลือกให้กับพรรคการเมืองในสมรภูมิของการสู้รบด้วยว่า จะเลือกทิศทางใด จะไปในแนวทางเดียวกับ คสช. หรือปฏิเสธบทบาทของ คสช.

จึงไม่มี “สามก๊ก” หากมีเพียง “สองก๊ก” เท่านั้น