องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ให้คะแนนเต็มร้อย ความตั้งใจ รบ.บิ๊กตู่ต้านโกง

ACT ชี้ 7 ปี ต่อต้านคอร์รัปชันไทย ช่วยลดการคอร์รัปชันกว่า 15-20%

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยแถลงผลงาน 7 ปี ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ว่า ที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้ทำหน้าที่ปลุกกระแสให้ประชาชนคนไทย ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน จากการทำงานในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา สามารถลดการทุจริตในไทย หรือช่วยลดการรับเงินใต้โต๊ะ 15-20% จากเดิมที่มีการทุจริตอยู่ที่ 20-30% จากการสำรวจของหอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการแถลงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยล่าสุด พบว่า ทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชันของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป โดย 99% เห็นว่าคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ยอมรับรัฐบาลที่เก่งมีผลงานดีเด่น แต่ทุจริต

นายประมนต์ กล่าวว่า ในการดำเนินงานในช่วงปี 2557 ถึงปัจจุบัน สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเปลี่ยนไปมาก จากการขับเคลื่อนขององค์กรฯ ภาคีเครือข่าย และความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยใช้ยุทธศาสตร์ทำงานร่วมกับรัฐบาล และนำไปสู่การออกนโยบาย กฎหมาย ที่เอื้อต่อการปราบคอร์รัปชันได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น อาทิ การผลักดันให้มีบทบัญญัติต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง พ.ศ. 2560 และ ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการยุติธรรม มีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ตัดสินนักโทษหนีคดีโดยไม่หมดอายุความ และการมีบทลงโทษเอกชนและประชาชนที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ โดยจะจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 61 นี้

“ผลจากการที่องค์กรและภาคีเครือข่าย ร่วมผลักดันกฎหมายดังกล่าว อย่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐผ่านโครงการข้อตกลงคุณธรรม นับตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน พบว่าในโครงการข้อตกลงคุณธรรม มีหน่วยงานเข้าร่วม 73 โครงการ มูลค่ารวม 875,428 ล้านบาท มีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว จำนวน 45 โครงการ มูลค่ารวม 103,839 ล้านบาท ช่วยประหยัดงบประมาณให้รัฐได้สูงถึง 25,128 ล้านบาท คิดเป็น 24.20% นับเป็นความสำเร็จ ที่เกิดจากทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันทำให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความโปร่งใสยุติธรรม และมีการแข่งขันมากขึ้น” นายประมนต์กล่าว

ส่วนในเรื่องของ การติดตามผลในคดีทุจริตรับจำนำข้าว และเรื่องนาฬิกาหรู และแหวนเพชร​ ทางองค์กรฯยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างต่อ ไม่ได้เลิกติดตามผลแล้วแต่อย่างใด ซึ่งในตอนนี้ยังติดอยู่ที่เหตุผลบางประการจึงยังไม่เห็นความคืบหน้าในช่วงนี้

“ในเรื่องของการให้คะแนน การปราบปรามคอร์รัปชันของ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้ ผมให้คะแนน 100% ในส่วนของความตั้งใจที่จะปราบปรามการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง แต่ยังติดปัญหาด้านคนข้างกายของท่านนายกฯ และระบบของข้าราชการไทยที่มาการทำงานล่าช้า ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการปลดล็อคต่อไป” นายประมนต์กล่าว

ด้าน นายวิเชียร พงศธร รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในส่วนของการทำดำเนินงาน ในปี 2561 องค์กรและภาคีเครือข่าย จะยังคงเดินหน้าติดตามหลายประเด็นคอร์รัปชันที่ยังไม่บรรลุผล อาทิ การผลักดันเรื่องการปฏิรูปราชการ ตำรวจ และกฎหมายที่ล้าสมัย, การติดตามโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่สำคัญๆ และการพัฒนาการดำเนินงานต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Big Data & Analytics มาใช้ในการตรวจสอบที่เข้มข้นมากขึ้น และพัฒนาระบบนิเวศสร้างค่านิยมต่อต้านคอร์รัปชันในเด็ก ในสื่อ ภาคธุรกิจ และประชาสังคมต่อไป

นอกจากนี้ จะมีการสานต่อการจัดกิจกรรมรณรงค์วันต่อต้านคอร์รัปชันของปี 2561 โดยปีนี้ จะจัดขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 61 ที่ ภิรัช ฮอลล์ อาคารไบเทคเฟส 2 ไบเทค บางนา ภายใต้หัวข้อ “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมเกิดความตื่นตัวและลุกขึ้นมาร่วมใจกันต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายแพทย์​ เกษม​ วัฒนชัย องคมนตรี​ ร่วมกล่าวปาถกฐาพิเศษ หัวข้อ “ปลุกพลังคนไทยสู้โกง”

บทความก่อนหน้านี้ประมวลภาพ ‘กชกร วรสีหะ’ นักยูโดทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองแดง รุ่น 52 กก.
บทความถัดไปไซโลระเบิดทำไฟไหม้รง.ผลิตเฟอร์นิเจอร์ตาย2เจ็บเพียบ (ชมคลิป)