“วิษณุ” บอก ไม่อยากต่อปากต่อคำ “สมเจตน์” ชี้ ใช้แนวทาง กรธ. แทนไพรมารีโหวต ถือเป็นการปฏิรูปแล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งคำถามถึงการปรับเปลี่ยนการทำไพรมารีโหวตของ สนช. ว่าเป็นเพราะแนวคิดปฏิรูปของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ว่า ตนรับทราบ เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.สมเจตน์ได้ส่งบันทึกมายังรัฐบาลแล้ว ตนไม่อยากไปต่อปากต่อคำ แต่การปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้สมาชิกพรรคซึ่งเป็นผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกจ่ายค่าสมัครและพรรคตอบรับให้มีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัคร จากเดิมที่ก่อนหน้านี้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครเอง ซึ่งแค่นี้ถือเป็นการปฏิรูปแล้ว เพียงแต่ที่ สนช.ร่างมานั้นไปไกลถึงขั้นมีไพรมารีโหวต และ คสช. ก็ไม่ได้ปฏิเสธไพรมารีโหวตเสียทีเดียว แต่คิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่การเลือกตั้งครั้งแรกน่าจะใช้วิธีอื่นที่ง่ายกว่า แล้วต่อไปจึงจะใช้ไพรมารีโหวต
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ชี้ขาดไปร้อยเปอร์เซ็นต์ คสช.ยังขอดูอะไรเพิ่มเติมอยู่ แต่ถ้ายึดตามแนวทางที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดก็ถือว่าปฏิรูปแล้ว เพราะพัฒนาจากการให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้เลือก ซึ่งใช้กันมากว่า 80 ปี
เมื่อถามถึงการประชุมพรรคการเมืองเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค จะทำได้ทันทีหลังมีการคลายล็อกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ใช่ เพราะบางพรรคจำเป็นต้องรีบเลือกหัวหน้าพรรค เลือกกรรมการบริหารใหม่ แก้ข้อบังคับพรรค ตั้งสาขา รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัคร ซึ่งทั้งหมดสามารถทำได้เลย ไม่จำเป็นต้องรออะไร แต่ที่ตนระบุให้ทำในช่วง 30 วันสุดท้ายนั้นเป็นการคาดการณ์ไว้ให้ เพื่อให้เวลาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตการเลือกตั้ง 60 วัน ถ้าจะทำก่อนก็ทำได้ เพียงแต่จะรู้หรือว่าเขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร

