‘อ๋อย’ ชี้คลายล็อกเอื้อพรรคหนุน คสช. ตั้งใจสร้างปัญหาพรรคเก่า ฟันธงเลือกตั้งไม่เป็นธรรม

30.08.18 | 15:44 น.

“อ๋อย” เชื่อ คลายล็อก เอื้อประโยชน์พรรคตั้งใหม่ หนุน คสช. ซัดแก้ไพรมารีโหวต เพื่อทำลายพรรคการเมืองเก่า เชื่อเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะไม่มีความเป็นธรรม


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน Thailand Focus 2018 “The Future is Now” โอกาสลงทุน ไม่ต้องรออนาคต โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะคลายล็อกให้พรรคการเมือง สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ว่า ตนคิดว่าเป็นเพียงการคลายล็อกบางเรื่อง แม้ว่าจำเป็นจะต้องทำก็ตาม แต่มีเรื่องที่สำคัญกว่า คือการทำนโยบาย ไม่ใช่จะให้ไปทำในช่วงใกล้หาเสียงเป็นไปไม่ได้ พรรคการเมืองจะต้องเตรียมทำในเรื่องดังกล่าวล่วงหน้า เพราะต้องมีการประชุมหารือกับสมาชิกพรรค และบุคคลในอาชีพต่างๆ รวมถึงรับฟังความเห็นประชาชน ดังนั้นถ้า คสช.ไม่คลายล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ก็จะทำในสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ จะกลายเป็นพรรคการเมืองไม่มีเวลาสื่อสารนโยบายกับประชาชน และขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การหาเสียงแต่เป็นการเตรียมนโยบายของพรรค

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ตนคิดว่า คสช.จะเน้นเรื่องที่จำเป็นเฉพาะพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่บางพรรค เพื่อให้พรรคเหล่านั้นทำอะไรทันในช่วงการเลือกตั้ง ดังนั้น การคลายล็อกดังกล่าวเป็นการตัดสินใจ การวางแผนกำหนดกติกา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของ คสช.เท่านั้น และมุ่งทำให้พรรคการเมืองเก่าที่มีอยู่อ่อนแอขาดการเชื่อมโยงกับประชาชน ตนจึงมองว่าไม่ได้เป็นการปฏิรูปการเมืองอย่างที่ คสช. กล่าวอ้าง ตรงกันข้ามกลับเป็นการทำลายระบบการเมืองของประเทศไทยให้ล้าหลังและเกิดความเสียหาย

เมื่อถามถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ให้ยึดแนวทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เลือกสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง แทนการทำไพรมารีโหวตแบบเก่าของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายจาตุรนต์กล่าวว่า การทำไพรมารีโหวตถือเป็นความตั้งใจดี ที่ให้สมาชิกทุกพรรคที่มาจากทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไปวางระบบให้ซับซ้อนและไม่ต้องกับเจตนารมณ์จริงๆ ถ้าทำตามแนวทางที่เคยประกาศกันไว้ ก็จะทำให้สมาชิกจำนวนน้อยมากกำหนดว่าใครจะได้ลงสมัครแทนผู้ออกเสียงเลือกตั้ง หรือผู้สนับสนุนพรรคทั้งจังหวัดและเขตเลือกตั้ง รวมถึงจะทำให้เกิดความปั่นป่วนในการสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้คนที่จะสมัครแบบเขตเลือกตั้งกลายเป็นตัวแทนของคนกลุ่มเล็กๆ แทนที่จะเป็นคนในระดับประเทศ

Advertisement

“ทั้งหมดที่เป็นปัญหาเขาไม่ได้คิดที่จะแก้ปัญหา แต่ตั้งใจให้เป็นปัญหากับพรรคการเมืองเดิม โดยเฉพาะพรรคใหญ่ เลยวางระบบไว้แบบนี้ ซึ่งการคิดจะแก้ไขและเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คสช. ไม่ได้ห่วงพรรคการเมืองเดิมแต่อย่างใด แต่เป็นห่วงพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะทำไม่ใช่เช่นเดียวกันกับระบบที่วางไว้ แล้วจะเกิดความยุ่งยาก จะลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่เท่าไหร่ก็ลงไม่ได้ เพราะระบบนี้ก็ไม่มีใครแน่ใจว่าจะอยู่ลำดับไหน เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ต้องแก้ไข แต่ไม่ได้แก้ให้มีผลดีกับพรรคการเมืองโดยรวม แต่เป็นการแก้เพื่อเอื้อพรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช.” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีคณะรัฐมนตรีบางท่านลาออกจากตำแหน่งแล้วไปลงเล่นการเมืองว่า เคยมีข่าวไปแล้ว ที่พยายามจะตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือว่าทำไม่ถูกต้อง เพราะ คสช. เคยกล่าวอ้าวว่าจะเข้ามาเป็นกรรมการ เพื่อมาปฏิรูปการเมืองให้ดี แต่สุดท้ายกรรมการที่เป็นคนกลางกลับจะลงมาเป็นผู้เล่นเสียเอง และกำหนดกติกาเอง สุดท้ายคิดว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะไม่มีความเป็นธรรม ซึ่งทางออกคือ ลดการใช้อำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และให้องค์กรอิสระมากำกับดูแลการเลือกตั้ง และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางการเมืองอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม