09.00 INDEX เปลี่ยนระบบ ไพรมารีโหวต สนองตอบ ให้กับ “พลังดูด”

31.08.18 | 08:08 น.

ไม่ว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคเพื่อไทย หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ สรุปตรงกันต่อสภาวะบิดเบี้ยว ทางการเมืองปัจจุบัน

ดังที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ระบุ

“คสช.เคยกล่าวอ้างว่าจะเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อปฏิรูปการ เมือง แต่สุดท้ายกรรมการที่เป็นคนกลางกลับจะลงมาเป็นผู้เล่นเสียเอง”

หรือที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยัน

“หลายเรื่องเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจจะเปลี่ยนสภาพตัวเองจาก กรรมการเป็นผู้เล่น”

Advertisement

จาก “กรรมการ” มาเป็น “ผู้เล่น” นี่แหละสำคัญ

 

ความจริงเจตจำนงที่ “กรรมการ” มีความต้องการมาเป็น “ผู้เล่น” นั้นแทบมิได้เป็นความลับอะไรเลย

แค่อ่าน “รัฐธรรมนูญ” ก็เห็นทะลุปรุโปร่ง

แค่เห็นการหว่านโปรยเงินผ่าน “ครม.สัญจร” ไปในแต่ละพื้นที่ก็มองเห็นจากคอหอยไปถึงลำไส้

แต่ที่นึกไม่ถึงก็คือ ทำไมพิรี้พิไรได้ระดับนี้

ตัวอย่างง่ายๆก็คือ ทั้งๆที่พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2560 แล้ว แต่ก็ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมา ตามข้อเสนอของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน

อันเท่ากับเป็นการแก้ไขพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

อันเท่ากับเป็นการเซ็ตซีโรพรรคการเมืองเก่า อันเท่ากับไม่สามารถหาสมาชิกเพื่อตระเตรียมในการทำไพรมารีโหวตได้

แล้วก็ตระเตรียมออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับใหม่ออกมาอีก

คิดหรือว่าพรรคเพื่อไทยมองไม่ออก คิดหรือว่าพรรคประชาธิปัตย์มองไม่ออก

ยิ้มเห็นแก้ม แย้มเห็นไรฟัน “คสช.” ล่อนจ้อน

 

ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จึงทอดตามองลีลาอันมาจากคสช.อย่างเข้าใจ โดยเฉพาะต่อ “ไพรมารีโหวต”

คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 มาจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย กับ พรรคประชาชนปฏิรูป คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับใหม่จึงมาจากพรรคพลังประชารัฐ

เท่ากับเปิดทางสะดวกให้กับ “พลังดูด” เป็นสำคัญ