“แรมโบ้อีสาน”โว พลังประชารัฐชนะเลือกตั้ง”สนามย่าโม”ยกจังหวัด

31.08.18 | 15:38 น.
นาย​สุภรณ์ อัตถา​วงศ์ หรือ​แรม​โบ้​อีสาน 1 ใน​แกน​นำ​แนวร่วม​ประชาธิปไตย​ต่อต้าน​เผด็จการ​แห่งชาติ(แฟ้มภาพ)

“แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ โวพลังประชารัฐจะชนะเลือกตั้งสนามเมืองย่าโมยกทั้งจังหวัด เย้ยเพื่อไทยกลัวแพ้เพราะรัฐบาลออกนโยบายโดนใจชาวบ้านจึงจี้ให้เร่งจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีข่าว คสช.จะคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้แต่ห้ามหาเสียงนั้นว่า ที่หาเสียงไม่ได้เพราะกฏหมายเลือกตั้งบางฉบับยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา เชื่อมั่นตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคสช.รับปากว่าจะให้มีการจัดการเลือกตั้งภายในต้นปี 2562 นี้ตามโรดแมปอย่างแน่นอน ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้พรรคการเมืองบางพรรคที่ต่อต้านรัฐบาลและคสช.มาตลอดจึงเร่งอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆเหลือเกิน ไปกินยาผิดซองมาหรือเปล่า นายกรัฐมนตรีก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอนตามโรดแมปไม่เห็นว่าจะมีการบิดพลิ้วอะไร เป็นพรรคการเมืองจะต้องพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทุกสนามตลอดเวลาไม่ต้องไปกลัว

“ผมมองว่าที่พรรคการเมืองบางพรรคกลัวคือกลัวว่านโยบายที่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจนระดับรากหญ้ากำลังเห็นผลและเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด รัฐบาลกำลังได้รับความนิยมจากประชาชนสูงขึ้นทุกวันโดยเฉพาะนโยบายบัตรสวัสดิการคนจนซึ่งชาวบ้านชอบมาก รวมถึงการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาข้าวต่อตันที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ, การพักหนี้ดอกเบี้ย ธกส. ตลอดจนโครงการใหญ่ๆของรัฐบาลเช่น รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ ที่กำลังจะเสร็จเห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งพรรคการเมืองอื่นเกรงว่านนโยบายและผลงานเหล่านี้จะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความชื่นชม ชื่นชอบ พลเอกประยุทธ์ และคสช.มากขึ้นเรื่อยๆจะเห็นได้จากโพลหลายสำนักที่ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ ได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 พรรคอื่นจึงวิตกกังวลถ้าขืนปล่อยให้รัฐบาลมีผลงานไปมากกว่านี้ก็จะเสียเปรียบและพ่ายแพ้ในที่สุด จึงพยายามเร่งเร้าให้จัดการเลือกตั้งโดนเร็วที่สุดนั่นเอง แต่ผมเห็นว่าถ้ามั่นใจว่าพรรคและนโยบายของตัวเองดีอยู่แล้วก็อย่าได้หวั่นไหวปล่อยให้เป็นไปตามโรดแมปของคสช.จะดีกว่า”นายสุภรณ์กล่าว

นายสุภรณ์กล่าวว่า วันนี้สนามเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 14 เขต พรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้วและมั่นใจว่าจะชนะยกทั้งจังหวัดโดยจะไม่เหลือที่นั่งให้กับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น โดยพลังประชารัฐจะส่งผู้สมัครลงสู้จริงทุกเขตไม่มีการซูเอี๋ยหรือเกี้ยเซี๊ยะให้กับพรรคใดแม้ที่ผ่านมาจะมีข่าวว่าผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นพรรคแนวร่วมพันธมิตรไปขอให้พรรคพลังประชารัฐหลีกทางให้ก็ตาม เพราะในสมรภูมิรบการเลือกตั้งไม่มีพี่ ไม่มีน้องเพราะนี่คือการแข่งขันจะมีเพียงคำว่าชนะหรือแพ้เท่านั้น เพราะฉะนั้นฝากบอกผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองอื่นเลยว่าสนามเลือกตั้งเมืองย่าโมพรรคพลังประชารัฐสู้จริงทุกเขตตามกติกา เราจะแข่งกันที่นโยบายพรรคและความดีของตัวผู้สมัคร ไม่ต้องไปขอให้เสียเวลาทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับตนเองยืนยันชัดเจนว่าจะลงสมัครในเขตอำเภอครบุรีและอ.เสิงสาง ส่วนนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พี่ชายตนเองได้ตัดสินใจย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาอยู่พลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว เพราะสองพี่น้องไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน โดยนายสัมภาษณ์จะลงสนามไหนหรือจะได้รับตำแหน่งอะไรก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ส่วนตนเองจะลงสนามครั้งนี้ก็ไม่หวั่นไหวหรือเกรงกลัวคู่แข่งนางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือ นายสมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เศรษฐีเจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง ว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด เพราะสมัยที่ตนถูกเว้นวรรคทางการเมืองติดบ่วงบ้านเลขที่ 111 ก็ได้สนับสนุนพี่ชายคือ นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ลงสมัคร ส.ส.แทน เมื่อปี 2554 ก็เคยเอาชนะนางจิตรวรรณมาแล้ว ซึ่งครั้งนี้ตนลงสนามเองก็ยิ่งมีความมั่นใจเพราะได้ทำการบ้านสัมผัสชาวบ้านและให้การช่วยเหลือมาตลอดตนจึงเชื่อมั่นว่าประชาชนในเขตอำเภอครบุรีและอำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา จะเลือกผู้สมัครอย่างตนที่สามารถเข้าไปอยู่ในสภาแล้วเป็นปาก เป็นเสียง และทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้จริงมากกว่า

Advertisement