เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ภาคอีสาน และอดีต ส.ส.นครราชสีมา พท.เปิดเผยว่า อดีต ส.ส.นครราชสีมา พท.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทุกอำเภอของ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะ อสม.และผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ว่ามีว่าที่ผู้สมัครตำแหน่งทางการเมืองคนหนึ่ง และผู้สนับสนุนจากพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ได้ตระเวนออกไปตามหมู่บ้าน เก็บสำเนาบัตรประชาชนของชาวบ้านเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทน ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ และนิยมชมชอบในพรรคการเมืองนั้นๆ ไม่ใช่เป็นไปในลักษณะขบวนการจัดตั้ง มีเครือข่ายที่เป็นระบบเช่นนี้ จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการเอาผิดกับขบวนการดังกล่าว
นายประเสริฐกล่าวอีกว่า กรณีกลุ่มสามมิตร และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐจะชนะเลือกตั้ง ส.ส.ยกทั้ง จ.นครราชสีมา นั้น การจะพูดอะไรควรให้เกียรติกับชาวโคราชบ้าง จะชนะยกจังหวัด ถามใจชาวโคราชแล้วหรือยัง อย่ามโน หรือทึกทักเข้าข้างตนเองโดยไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ซึ่งตนเข้าใจว่าคนพูดพูดเพื่อสร้างราคาให้กับตัวเองเท่านั้น สำหรับพรรคเพื่อไทยสนามเลือกตั้งโคราช หาก คสช.ปลดล็อกเมื่อไหร่ เราก็พร้อมเปิดตัวผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง และชูนโยบายในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาเมืองโคราชในอนาคตทันที โดยไม่ได้หวั่นไหวกับคำพูดของพรรคการเมืองใด ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี คสช.จะคลายล็อก แต่จะไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองหาเสียงผ่านทางสื่อโซเซียล นายประเสริฐ กล่าวว่า คสช.ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปไกลแล้ว ประชาชนหันมาใช้การสื่อสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด และมีค่าใช้จ่ายถูกสุดอีกด้วย จึงเห็นว่า คสช., กกต.และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมือง และผู้สมัครได้สื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลได้ ส่วนการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การใส่ร้าย ป้ายสี หมิ่นประมาท ก็มีกฎหมายสามารถดำเนินคดีได้อยู่แล้ว คสช.และ กกต.ควรใช้วิธีการตรวจสอบ และเฝ้าระวัง จะเหมาะสมกว่าการปิดกั้นไม่อนุญาตให้ใช้
ด้านนายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พท.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในเขต อ.บัวใหญ่ อ.แก้งสนามนาง อ.บัวลาย และ อ.สีดา ตนได้รับการร้องเรียนจาก อสม.และผู้นำหมู่บ้าน ว่ามีผู้แสดงตนเป็นว่าที่ผู้สมัครตำแหน่งทางการเมืองของพรรคการเมืองหนึ่ง มีพฤติกรรมซื้อเสียงล่วงหน้าจากชาวบ้าน โดยการมอบหมายให้ประธาน อสม.ระดับอำเภอ และประธาน อสม.ระดับตำบล เก็บสำเนาบัตรประชาชนของชาวบ้าน แล้วนำมาแลกกับเงินค่าตอบแทน บัตรละ 100-200 บาท โดยบอกกับชาวบ้านว่าจะนำไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
“ทั้งนี้ เท่าที่ตรวจสอบ พบว่า พรรคการเมืองนี้ตั้งเป้าจะขยายฐานสมาชิกพรรคในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 350,000 คน เฉลี่ยอำเภอละ 20,000 คน พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายพรรคการเมือง และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ชัดเจน มีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้ ฉะนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ คสช.และ กกต.เข้าไปตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง และให้การเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมีขึ้นเป็นไปด้วยความสุจริต และยุติธรรม ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำมาตลอด” นายโกศล กล่าว
นายโกศลกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตน และอดีต ส.ส.พท.ใน จ.นครราชสีมา ไม่ได้วิตกกังวลกับการกระทำดังกล่าว เพราะเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวโคราชได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดที่จะทำประโยชน์ให้กับเขาได้อย่างแท้จริง
นายโกศลกล่าวอีกว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่ประกาศว่าจะตระเวนไปรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศนั้น สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารงานของรัฐบาลจากการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พยายามใช้ศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องราวร้องทุกข์ และแก้ปัญหาให้กับประชาชนนั้น ล้มเหลว ถือเป็นการประจานนโยบายของรัฐที่ไม่ได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของกลุ่มสามมิตรที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ บริหารงานดี ประสบผลสำเร็จทุกเรื่องนั้น ไม่เป็นความจริง

