มีความคืบหน้าในการเลือกตั้งหลายประการ ด้วยกัน เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ติดต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมในการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ตรวจสอบจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งที่เคยส่งให้สำนักงาน กกต. ให้เป็นไปตามประกาศสำนักทะเบียนกลาง พร้อมมีการคำนวณจำนวน ส.ส. ที่จะลดลงจาก 375 คน เหลือ 350 คนในแต่ละจังหวัด ทำให้สัดส่วนประชาชนต่อ ส.ส. เท่ากับ 189,110 คนต่อ ส.ส. 1 คน จังหวัดต่างๆ จะมี ส.ส. อาทิ กทม. 30 คน นครราชสีมา 14 คน อุบลราชธานี 10 คน เชียงใหม่ 9 คน ส่วนนครศรีธรรมราช, สงขลา, อุดรธานี, ชลบุรี มี 8 คน ฯลฯ
ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อวันที่ 2 กันยายน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน “เรื่องอะไรที่คนไทยอยากรู้” ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม-1 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.1 อยากรู้ว่า จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ รองลงมา ร้อยละ 53.8 อยากรู้ว่า เมื่อไหร่จะปลดล็อกทางการเมือง และร้อยละ 51.4 อยากรู้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมาก หรือร้อยละ 44.9 คิดว่าเลือกตั้งแล้วน่าจะดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 18.7 ไม่คิดว่าจะดีขึ้น และเกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.4 ไม่แน่ใจ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 90.1 ระบุ จำเป็นค่อนข้างมากถึงมากที่สุดที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้เลือกตั้งเกิดขึ้นด้วยความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เกิดภาพที่ดีต่อโลกภายนอก
สาระจากโพลได้แก่ แม้มีการเตรียมความพร้อมไว้ในระดับสูง และประชาชนมีความพร้อมอย่างสูงที่จะเลือกตั้ง แต่ยังมีความไม่ชัดเจนทางการเมืองอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องกำหนดเลือกตั้ง การปลดล็อก ซึ่งทำให้กระแสข่าวต่างๆ จากพรรคการเมืองยังถูกจำกัดอยู่ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่ใจไปพร้อมกันว่า เลือกตั้งแล้วใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯ ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้ง และการปลดล็อกล้วนแต่เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและ คสช. ดังนั้น รัฐบาลและ คสช.น่าจะพิจารณาสร้างความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ ดีกว่าปล่อยให้อึมครึมดังที่โพลสะท้อนออกมา

