รัฐบาล ขอความร่วมมือ 22 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา งดปลูกข้าวหลังเก็บเกี่ยวฤดูกาลนี้เสร็จ เตรียมเป็นพื้นที่รับน้ำ ปล่อยปลาสร้างอาชีพ
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 3 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แล้วว่าช่วงเดือนกันยายนนี้ฝนจะยังตกอยู่ แต่จะมีปริมาณน้ำที่น้อยกว่าเกณฑ์ปกติ จึงอาจจจะมีการดำเนินการทำฝนหลวงเพื่อเติมปริมาณน้ำในบางพื้นที่ เช่น ในภาคเหนือที่มีปริมาณฝนลดลงในบางพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนที่ภาคอีสาน จะต้องมีการเร่งระบายน้ำเนื่องจากมีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว พร้อมให้ระมัดระวังการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบ เมื่อเข้าสู่หน้าแล้งด้วย
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า กลางเดือนกันยายนนี้จะมีความชัดเจนว่าควรจะปล่อยน้ำและเก็บกักน้ำไว้ในปริมาณเท่าใด โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้รายงานอย่างเร่งด่วนเมื่อมีสถานการณ์สำคัญ ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำภาคกลางปัจจุบัน ที่มีกระแสข่าวว่าให้งดทำนานั้น ขณะนี้ชาวนายังสามารถทำนาได้ แต่น่าเป็นห่วงชาวนาที่ทำนา นอกเขตชลประทาน ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบ จึงต้องระมัดระวัง โดยรัฐบาลจะแจ้งสถานการณ์ให้ทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมการระมัดระวัง
สำหรับกรณีที่มีการให้งดทำนาใน 22 จังหวัด 12 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้ให้งดทำนา แต่เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ก็จะใช้พื้นที่เหล่านั้นเป็นที่รองรับน้ำ เหมือนบางระกำโมเดล โดยเราขอความร่วมมือชาวนา ไม่ให้เพาะปลูกเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จ เพราะต้องการให้กันที่ไว้รองรับน้ำ แล้วจะให้ปล่อยปลาลงไปเลี้ยงแทน คาดว่าปีนี้จะใช้พื้นที่รองรับน้ำมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเกษตรกรก็เห็นด้วยเพราะจับปลาขายนั้นได้เงินเยอะกว่า และปลูกข้าวต่อไปก็อาจจะเสียหายได้ โดยที่รัฐบาลไม่ต้องชดเชย เพราะเอาน้ำเข้านาแบบนั้น ชาวนาก็ได้ประโยชน์กว่า จนถึงฤดูกาลที่ต้องเอาน้ำออกชาวนาก็สามารถลดต้นทุนได้เพราะมีปุ๋ยเพิ่มที่เข้ามาพร้อมกับน้ำ โดยในอำเภอบางระกำจะขยายโครงการนี้ไปเป็นแสนกว่าไร่ และพื้นที่ตอนล่างของ 12 ทุ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทางกระทรวงเกษตรฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

