เมื่อวันที่ 3 กันยายน ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกรณีที่ คสช.มีหลักเกณฑ์กำกับการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ภายหลังมีการคลายล็อกให้พรรคทำกิจกรรมได้ในเดือนกันยายนนี้ ว่า ในแง่หนึ่งการที่ คสช.ควบคุมการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียเป็นการวางกติกาไว้เบื้องต้น ห้ามปรามคนที่ใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการใช้ไปในทางสาดโคลน ใส่ร้ายป้ายสีกัน รวมทั้งการสร้างข้อมูลที่ไม่เป็นจริง อย่างไรก็ตาม การวางกฎกติกาเช่นนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดียในการประชาสัมพันธ์ หรือใช้เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างระมัดระวังมากขึ้น
“อย่าลืมว่าในสังคมไทยเรา การได้รับข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ ขณะเสพข่าวครั้งแรก ผู้รับสารมักเชื่อและมีแนวโน้มเชื่อว่าข่าวที่ได้รับการเสพในครั้งแรกมักเป็นข่าวจริง โดยไม่ได้ผ่านการกรองอย่างถูกต้อง ฉะนั้น นี่เป็นช่องทางฉวยโอกาสเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะต่อให้มีการตรวจสอบ หรือคลี่คลายข้อมูลในเชิงประจักษ์ที่เป็นจริงในภายหลัง แต่ความรู้สึกของประชาชนที่เคยเชื่อไปค่อนหนึ่งนั้น แก้ไขกลับคืนมายาก ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีกฎเกณฑ์เช่นนี้ แต่เป็นลักษณะการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทในเชิงบุคคล จะเห็นว่า หากเป็นข้อมูลที่กล่าวหาหรือทำให้บุคคลนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงก็จะเป็นการฟ้องร้องต่อไป แต่หากมีการวางกฎ กติกา ระเบียบปฏิบัติเช่นนี้ ด้านการให้ข้อมูลในเบื้องต้น หรือการใช้ช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สำหรับทุกเครือข่าย ทุกกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือพรรคการเมือง คงใช้อย่างระมัดระวังและมีสติมากขึ้น” ผศ.วันวิชิตกล่าว
ผศ.วันวิชิตกล่าวต่อว่า พรรคการเมืองทุกกลุ่ม หรือคนที่ใช้การสื่อสารทางการเมืองจะต้องถามความชัดเจนของ คสช.ว่า บทลงโทษหรือการควบคุมครอบคลุมไปถึงไหน สมมุติว่า คสช.วางกฎแล้วใช้มาตรฐานการตัดสินหรือป้องปรามอย่างไม่เป็นกลาง อาทิ กลุ่มสื่อสารหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเชียร์ หรือสนับสนุน คสช. หรือเป็นกลุ่มพันธมิตรที่เคลื่อนไหวทางการเมืองในทิศทางที่ คสช.ต้องการ หากเขาทำผิดกติกา หรือใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ไม่เป็นจริง จะมีบทลงโทษเกณฑ์เดียวกับกลุ่มที่เขามีความคิดเป็นปฏิปักษ์กับ คสช.หรือไม่ ในแง่ของประชาชนคงรับทราบเมื่อเกิดการใช้บทลงโทษเกิดขึ้นเป็นกรณีแรกๆ เขาจะตื่นตระหนกว่า คสช.เอาจริงและดำเนินการกับผู้ที่จงใจ บิดเบือนข้อมูล อย่างน้อยกฎกติกานี้จะช่วยสร้างมาตรฐานการเสพข่าวสารทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างมีคุณภาพมากขึ้น
“นี่เป็นนิมิตหมายอันดี อย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้การเคลื่อนไหวทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเป็นอิสระจนเกินไป” ผศ.วันวิชิตกล่าว

