เดินหน้าชน : ‘บิ๊กแดง’ โดย : สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

5.09.18 | 13:23 น.

เป็นไปตามโผสำหรับตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ.คนใหม่ คือ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กแดง ขยับจากผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ขึ้นมาตามไลน์ 5 เสือ ทบ.

บิ๊กแดง จะเกษียณอายุราชการในปี 2563 นั่นหมายความว่าจะนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.เป็นเวลา 2 ปี

และถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บิ๊กแดง คงจะเข้ามารับตำแหน่ง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ด้วย

เป็นการเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วงรอยต่อของรัฐบาล คสช.มาจากการทำรัฐประหาร กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ภารกิจนับจากนี้จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายฝีมือการทำงานของ บิ๊กแดง อย่างยิ่ง

Advertisement

เพราะเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ

หลังจากกำหนดวันเลือกตั้งถูกกะเกณฑ์เวลากันไว้ประมาณ 24 กุมภาพันธ์ – 5 พฤษภาคม 2562

แต่นั่นเป็นเพียงโรดแมปตามเส้นทางปกติที่พูดถึงกัน

ยังไม่มีอะไรยืนยันแน่นอน หากยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

สอดคล้องกับที่ทางรัฐบาลออกมาชี้ว่า ขึ้นอยู่กับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

รัฐบาล คสช.ประกาศท่าทีนับจากนี้ว่าจะเริ่มคลายล็อกแบบช้าๆ เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

แต่ในเมื่อประเทศอยู่ในสภาวะถูกล็อกให้อยู่แต่เพียงในกรอบ

อิสระในการแสดงความคิดเห็นถูกจำกัดไว้เป็นเวลากว่า 4 ปี

เมื่อเริ่มคลายล็อกเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมบางอย่างได้

ก่อนจะเปิดโอกาสให้มีการหาเสียงของบรรดานักการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ก็คือ การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและกองทัพ

ทั้งในแง่มุมฝีมือการทำงาน ความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นธรรม ไม่เลือกข้าง ไม่หลายมาตรฐาน

จะต้องเกิดขึ้นอย่างรุนแรง อย่างแน่นอน

ดังนั้นภารกิจของ บิ๊กแดง นอกจากจะต้องพยายามให้บ้านเมืองเดินไปอย่างสงบเรียบร้อย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ในอีกด้านหนึ่งก็จะต้องพยายามทำให้บรรดารุ่นพี่ไปถึงฝั่งฝัน

ได้กลับเข้ามาบริหารประเทศต่อไปตามแผนที่วางเอาไว้ให้จงได้

ในสถานการณ์ที่ทั้งรัฐบาล คสช.และกองทัพ จะต้องถูกท้าทายจากบรรดานักการเมือง

ทั้งเรื่องนโยบาย และการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น นโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

ถือว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนสำหรับรัฐบาลและกองทัพเป็นอย่างยิ่ง

เพราะเป็นการยิงตรงเข้าเป้า ดึงกองทัพเข้ามาสู่เวทีการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น เดิมพันสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้จึงสูงยิ่งนัก

ถ้าหากรัฐบาลและกองทัพตั้งรับไม่ดี

มีผลถึงการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ และภาพลักษณ์ของกองทัพอย่างแน่นอน

แม้ฝั่งผู้มีอำนาจอาจจะเบาใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะเชื่อว่ามีไพ่เด็ดอยู่ในมือ

คือเงื่อนไขในโรดแมปการเลือกตั้ง

เมื่อถึงที่สุด แม้ว่าจะพลาดพลั้งในเกมการเมือง

แต่ถ้ายังมีเรื่องไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง

ที่ทางรัฐบาล คสช.และกองทัพเคยทำเครื่องหมายดอกจันเล็กๆ ไว้เป็นเงื่อนไข

หากบ้านเมืองสงบ จึงจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

ก็ยังจะมีการควบคุมกันต่อไป

แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะถูกฝ่ายการเมืองดึงให้กลายมาเป็นผู้เล่นในสนามด้วยแล้ว

ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำกองทัพจะรับมือกับสถานการณ์ที่ล่อแหลมนี้อย่างไร

จะให้ทหารมีบทบาทไปทิศทางไหน

จะเป็นขวัญใจของประชาชนคนไทย ด้วยการเป็นทหารอาชีพ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างแท้จริง

หรือจะยังอิงอยู่กับฝ่ายไหน

ล้วนเป็นสิ่งท้าทายฝีมือ ผบ.ทบ.คนใหม่อย่างยิ่ง