หน้าแรก การเมือง พท.ร้อง กกต.ส...

พท.ร้อง กกต.สอบซื้อเสียงล่วงหน้าโคราช เผย ใช้ อสม.เก็บบัตรปชช.อ้างทำบัตรคนจน

4.09.18 | 12:11 น.

พท.ร้อง กกต.สอบซื้อเสียงล่วงหน้าโคราช ระบุ ใช้ อสม.เก็บบัตรอ้างสมาชิกทำบัตรคนจน ชี้ เมื่อปชช.ร้องเรียนจะเก็บเรื่องไว้ไม่ได้

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายโกศล ปัทมะ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องและเอกสารเพิ่มเติม ขอให้ตรวจสอบกรณีกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองดำเนินการในลักษณะทุจริตซื้อเสียงล่วงหน้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยนายอนุสรณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเอกสารหลักฐานบางส่วนต่อ กกต.ไปแล้ว วันนี้จึงเป็นการยื่นเพิ่มเติม โดยประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนถึงพฤติกรรมของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกัน คือติดต่อไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เพื่อขอบัตรประชาชน บางส่วนอ้างว่าเพื่อไปทำบัตรสวัสดิการคนจนที่ตกหล่น บางส่วนอ้างว่าเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่ง ขณะที่อีกบางส่วนอ้างว่าเพื่อไว้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น ซึ่งเห็นว่าการกระทำในลักษณะนี้เข้าข่ายการซื้อเสียงล่วงหน้า ผิดกฎหมายหรือไม่ จึงได้นำข้อมูลมาร้องเรียนต่อ กกต.

นายอนุสรณ์กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าจะมีการฟ้องคดีกับผู้ที่กล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยให้สมาชิกพรรคไปเก็บบัตรประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่าการมาร้องไม่ได้ให้ยุบพรรคใด หรือชี้ว่าใครถูกใครผิด พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบัน เมื่อได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จะเก็บเรื่องไว้ก็ไม่ได้ จะถือว่าทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ และเราเห็นว่าในพื้นที่มีการใช้กลยุทธ์ อาจจะจงใจทำให้ประชาชนสับสน บิดเบือน หรือเกิดสื่อสารที่ผิดพลาด แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่โคราชและคาดว่าจะมีในอีกหลายจังหวัด

เมื่อถามว่าเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่นครราชสีมาซึ่งเป็นพื้นที่ทหารได้อย่างไร นายอนุสรณ์กล่าวว่า เป็นคำถามของชาวโคราช เพราะกลุ่มหนึ่งสามารถดำเนินการได้ ทำให้เกิดคำถามว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะอีกพรรคหนึ่งที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลทำกลับถูกดำเนินการ และคิดว่าทหารก็ควรเข้าไปตรวจสอบ

“ตอนนี้มีความพยายามที่จะตัดตอนว่าเป็นการกระทำของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองเดียว ซึ่งไม่ขอระบุชื่อ แต่พรรคการเมืองนี้ได้มีการแถลงข่าวไปในพื้นที่ ซึ่งผมไม่อยากโทษใคร แต่ในเมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการดำเนินการในหลากหลายรูปแบบ จึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาร้องต่อ กกต. โดยเราไม่ต้องการร้องเพื่อยุบพรรคใคร หรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์ในลักษณะนี้จริง มีผู้ได้รับผลกระทบจริง ส่วน กกต.จะไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ และบอกต่อพรรคการเมืองเพื่อให้การเลือกตั้งยุติธรรมจริงๆ” นายอนุสรณ์กล่าว

Advertisement

นายประเสริฐกล่าวว่า การเก็บบัตรประชาชน มีการเก็บใน 20 อำเภอ จาก 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา เช่น ครบุรี เสิงสาง พิมาย บัวใหญ่ ด่านขุนทด ปักธงชัย วังน้ำเชียว และปากช่อง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่าเอาบัตรประชาชนไปทำอะไร และมีข้อมูลว่าคนที่ไปรวบรวมบัตรประชาชนมาถ่ายสำเนาไว้ จะได้เงินเป็นการตอบแทนหัวละ 10 บาท และถ้าเจ้าของบัตรสมัครเป็นสมาชิกพรรคก็จะได้รับค่าตอบแทนอีก ทั้งผู้สมัครและผู้รวบรวมบัตรประชาชน ซึ่งยังไม่ได้ระบุว่าจะได้เพิ่มเท่าไร อย่างไรก็ตาม มีการตั้งเป้าว่าหากทำได้ทะลุเป้าก็จะมีค่าตอบแทนเพิ่ม เบื้องต้นมีผู้รวบรวมสำเนาบัตรไว้เป็นหลักหมื่นแล้ว ซึ่งก็เห็นว่ากฎหมายพรรคการเมืองเขียนไว้ชัดว่า ผู้ใดให้หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดต่อบุคคลสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองถือว่าเป็นความผิด จึงอยากให้ กกต.ดำเนินการ เพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาถึงแล้ว เราไม่มีเจตนาที่จะไปกลั่นแกล้งพรรคการเมืองใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการยื่นหนังสือร้องเรียน นายอนุสรณ์ และนายโกศล ได้พูดคุยกับนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่บริเวณห้องรับรอง โดยมีการคุยกันประมาณ 15 นาที ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการพูดคุยกันเรื่องการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน เพราะก่อนหน้านี้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” อดีตแกนนำ นปช.อีสาน ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงาน กกต.จังหวัดนครราชสีมา โดยอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อที่จะให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค และอ้างว่ามีการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนในภายหลัง

ทั้งนี้ เมื่อถามนายอนุสรณ์ว่าการพูดคุยกับนายสรอรรถมีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งนายอนุสรณ์ตอบว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากนายสรอรรถเป็นประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส. ซึ่งตนก็เป็นสมาชิกในชมรมดังกล่าวด้วย จึงพูดคุยทั่วไป