เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 กันยายน ที่โรงแรมแคนทารีโคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายพรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา อ.ครบุรี เขต 2 ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อีสาน ในฐานะประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหานายพรชัยและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ ประธานกรรมการ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด โดยอ้างสถานะทั้งนายพรชัยและนายวีรศักดิ์เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ฝ่าฝืนจงใจกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขัดคำสั่ง คสช. ห้ามดำเนินการเคลื่อนไหวหาเสียงทางการเมือง และไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กับนายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.สนง.กตต.จ.) นครราชสีมา ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อลงโทษตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดและสั่งยุบพรรค ภท.
นายพรชัยเปิดเผยว่า การจ้างอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และประธานชมรมแม่บ้านในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ออกตระเวนเก็บบัตรประจำตัวประชาชนในเขตเลือกตั้ง เพื่อแลกกับเงินรายละ 50-100 บาท โดยนัดให้มารับเงินที่ร้านอาหารต้นยางปลาเผา ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ร้านอาหารซึ่งเป็นของภรรยาตนได้เลิกกิจการมาร่วม 7-8 ปี และตั้งอยู่ริมทางแยกเข้าเขตเทศบาลตำบล (ทต.) แชะ อ.ครบุรี ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของตู้ยามตำรวจ สภ.ครบุรี อ.ครบุรี รวมทั้งกลุ่มการเมืองคู่แข่งให้ผู้สนับสนุนขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรตัน เลขทะเบียน ยง 4353 นครราชสีมา มาจอดอยู่ข้างๆ ร้านทุกวัน เพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหว หากเป็นจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรยามและคู่แข่งก็ต้องพบเห็นความผิดปกติและบันทึกภาพไว้เป็นพยานหลักฐานส่วนการนำชาวบ้านในพื้นที่ไปเที่ยว เพื่อหวังผลทางการเมือง เป็นการดำเนินตามโครงการศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำและประชาชน อ.ครบุรี ตามหลักปรัชญาพอเพียงของ อบจ.นครราชสีมา ที่จัดขึ้นพร้อมๆ กันหลายอำเภอ ตนในฐานะเป็น ส.อบจ.ในพื้นที่ก็นำชาวบ้านไปร่วมโครงการ ไปแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ จ.อยุธยา โดยไม่มีกิจกรรมรื่นเริงหรือขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง
“สถานะตนเป็นเพียงนักการเมืองท้องถิ่น ดำรงตำแหน่ง ส.อบจ. 3 สมัย และเป็นแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จึงเห็นและสัมผัสปัญหาเหล่านี้มาตลอด ต้องการเล่นการเมืองระดับชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ราคาพืชผลเกษตรกรรมตกต่ำให้เบ็ดเสร็จ จึงเสนอตัวขอทำงานใหญ่และสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ชอบพรรคไหนที่สุด คำตอบสุดท้ายคือ พรรค ภท. ขั้นตอนจึงต้องทำไพรมารีโหวต หรือกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.เขตพื้นที่และบัญชีรายชื่อ คู่แข่งสำคัญซึ่งมีนายวีรศักดิ์ ทำงานลงพื้นที่ในเขต อ.เสิงสาง ตนก็เน้นในพื้นที่บ้านเกิด ข้อกล่าวหาเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง ข้อเท็จจริงไม่ใช่การเก็บบัตร แต่เป็นการให้ผู้สนับสนุนขอถ่ายรูปบัตรประชาชนของชาวบ้านพร้อมให้ลงลายมือสนับสนุนนายพรชัยเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต
“ช่วงสายวันนี้ได้ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ครบุรี เพื่อเป็นพยานหลักฐานการถูกใส่ร้ายป้ายสีและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้านกระบวนการดำเนินคดีทางกฎหมาย ต้องรอผู้บริหารพรรค ภท.เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ภท. ส่วนการสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่มีความจำเป็น เพราะมีการถอนคำสาบานได้เสมอ” นายพรชัยกล่าว

ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ในฐานะประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด และเป็นผู้ยื่นเรื่องร้องเรียน ให้สัมภาษณ์ว่า พฤติการณ์ฉาวโฉ่ใช้เงินหว่านในเขตเลือกตั้ง เพื่อหวังผลทางการเมืองนั้น ตนต้องเปิดโปงให้สังคมรับทราบ และยื่นเรื่องร้องเรียนให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จัดการให้สิ้นซาก มิเช่นนั้นการเมืองไทยก็วนเวียนอยู่แบบเดิมๆ เพื่อต้องการให้โคราชเป็นโมเดลในการเลือกตั้งที่ต้องบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม
“ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง กลุ่มถูกร้องเรียนต้องออกมาให้ข่าวแก้ต่าง เพื่อรักษาฟอร์มตัวเองไว้ มิเช่นนั้นจะเสียหน้า แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ ความจริงก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ จึงรู้สึกเฉยๆ กับการออกมาข่าวแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้ชาวบ้านในเขต อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ที่รักประชาธิปไตย ได้นำพยานหลักฐานมามอบให้เพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ และยินดีที่จะเป็นพยานบุคคลให้ กกต.จ.นครราชสีมา สอบสวนข้อเท็จจริง” แรมโบ้อีสาน กล่าว

