พลันที่พรรคประชาชาติปรากฏขึ้นโดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จับมือประสานพลังกัน ณ ปัตตานี
ก็เด่นชัดยิ่ง
เด่นชัดในความเป็น “พันธมิตร” ในแนวร่วมทางการเมืองระหว่างพรรคประชาชาติกับพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองผ่าน “นโยบาย”
ไม่ว่าจะมองผ่าน “บุคลากร”
ต้องยอมรับว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นับแต่ร่วมกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สลายพรรคความหวังใหม่
เข้าเป็นส่วนหนึ่งกับพรรคไทยรักไทยก็อยู่กับพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แม้ไม่เคยสังกัดพรรคการเมือง แต่ก็ได้รับมอบหมายงานสำคัญ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.
นโยบายอันมาจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มี 2 นโยบายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตกเป็นเป้าหมายในการทำลายล้างทางการเมือง
1 นโยบายจำนำข้าว
1 นโยบายการหารือเพื่อสร้างความปรองดองระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้ก่อการไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นโยบายจำนำข้าวเป็นอย่างไร
ชะตากรรมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสบกระทั่งต้องหลบหนีออกนอกประเทศในเดือนสิงหาคม 2560 เป็นคำตอบดีที่สุด
นโยบายการหารือเพื่อสร้างความปรองดองเป็นอย่างไรชะตากรรมที่คนซึ่งรับผิดชอบในการหารือ ไม่ว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. เป็นคำตอบได้ดีที่สุด
นี่คือตัวเชื่อมระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ประชาชาติ”
การเกิดขึ้นของพรรคประชาชาติจึงมาจากการตัดสินใจร่วมระหว่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับ พ.ต.อ.
ทวี สอดส่อง
เป้าหมายมีลักษณะ “เฉพาะ”
1 สะท้อนลักษณะพรรคว่าเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมกับประชาชาติไทย และ 1 ต้องการสร้างความสงบขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และปริมณฑล
เหมือนกับจะเป็นตัวแทน “ท้องถิ่น” แต่ก็มีลักษณะ “ทั่วประเทศ”
จะมองว่าพรรคประชาชาติเป็น “นอมินี” ให้กับพรรคเพื่อไทยตามที่หลายคนในพรรคประชาธิปัตย์สรุปก็ย่อมได้
แต่คำถามก็คือจะสู้กันในเชิง “นโยบาย” หรือไม่
พรรคประชาธิปัตย์มี “รูปธรรม” การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ยอดเยี่ยมกว่าพรรคประชาชาติมีหรือไม่
ตรงนี้ต่างหากคือปมที่ “ประชาชน” จักต้องตัดสินใจ
จากนี้จึงมองเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า ยุทธวิธีของพรรคเพื่อไทย และยุทธวิธีของพรรคประชาชาติจะดำเนินไปอย่างไรในการเลือกตั้ง
2 พรรคนี้เป็น “มิตร” กันอย่างแน่นอน
เพียงแต่พรรคประชาชาติเน้นไปยังไทยมุสลิมและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงเน้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และใน กทม.ไม่แปรเปลี่ยน
เปิดหน้าต่อสู้กับ “คสช.” อย่างตรงไปตรงมา

