เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ประสานงาน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน “คนบ้านเรา” เลขที่ 32/ 3 หมู่ที่ 3 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ประมาณ 500 คน มามอบดอกไม้ให้กำลังใจนายสุภรณ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย หลังจากที่เกิดปัญหากรณีนายสุภรณ์เข้าร้องเรียนกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ว่ามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาพรรคหนึ่ง ว่าจ้างให้ชาวบ้านในเขต อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ออกเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง คล้ายการซื้อเสียงล่วงหน้า จนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองดังกล่าวและผู้ที่ถูกกล่าวพาดพิง เตรียมดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับนายสุภรณ์ ฐานหมิ่นประมาทและแจ้งความอันเป็นเท็จ
นายสุภรณ์ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจด้วยความตื้นตันและสวมกอดผู้มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าจะอาสาเดินเส้นทางทางการเมืองเป็นข้ารับใช้ชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ยอมเป็นขี้ข้าหรือเดินตามนายทุนเพื่อรับใช้ทางการเมืองเด็ดขาด พร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าชาวบ้าน 3 ครั้ง เพื่อแสดงออกถึงคำขอบคุณและซาบซึ้งใจด้วย
นายสุภรณ์ให้สัมภาษณ์พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพ ส.อบจ.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งมาถ่ายรูปกับหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง และหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่นายสุภรณ์อ้างว่าถูกผู้สนับสนุนพรรคการเมืองดังกล่าวมาเก็บจากชาวบ้านไปเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่ามีหลักฐานในการดำเนินการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ของทีมงานว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งที่เสนอตัวเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขต และในระบบบัญชีรายชื่อ พร้อมกับระบุว่ามีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ดำเนินการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านเพื่อส่งไปยังพรรคการเมืองมากกว่า 10 รายชื่อ ที่จะยื่นเพิ่มเติมให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้พิจารณาควบคู่กับหลักฐานที่ส่งไปก่อนหน้านี้ และตอนนี้มีกลุ่มผู้ดำเนินการบางส่วนก็เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยอมรับว่ามีการว่าจ้างให้ดำเนินการนำบัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อการส่งให้กับพรรคการเมืองดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ามีหลักฐานและข้อมูลเด็ดอีกหลายอย่างที่จะนำไปมอบให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มเติมหลังจากนี้

นายสุภรณ์กล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองเดินเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้นั้นยืนยันว่าไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลังหรือผลักดันให้ดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนี้ทั้งสิ้น ที่ตัดสินใจทำลงไปเป็นการตัดสินใจส่วนตัวล้วนๆ เพราะตนเองมีหลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่คิดว่าว่าที่ผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ดำเนินการเข้าข่ายหาเสียงล่วงหน้า ซึ่งถือว่าการดำเนินการในลักษณะนี้ถือเป็นการเอาเปรียบคู่แข่ง แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดประกาศการดำเนินการเลือกตั้งก็ตาม เพราะมีการเตรียมการที่จะกระทำความผิดอย่างชัดเจนซึ่งขอเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างถี่ถ้วน เพราะการเตรียมการที่จะจี้ ปล้น หรือมุ่งร้ายผู้คนอื่น ยังมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะมีความผิดเช่นเดียวกัน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีการดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง แต่มีการดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งจังหวัดนครราชสีมา
นายสุภรณ์ระบุอีกว่า การดำเนินการในครั้งนี้ต้องการให้ผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองดังกล่าว ได้รับทราบการกระทำของว่าที่ผู้สมัครของพรรค เพื่อที่จะได้ป้องปรามไม่ให้กระทำการในลักษณะนี้ โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสีหรือเอาผิดไปยังพรรคการเมืองที่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะส่วนตัวก็ให้ความเคารพผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างอยู่แล้ว เนื่องจากเคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตั้งแต่ที่ตนเองสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ที่ต้องกล่าวพาดพิงถึงพรรค ก็เนื่องจากว่าที่ผู้สมัครนำชื่อพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการจึงจำเป็นต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างให้ทาง กกต.ทราบ ส่วนการที่ทางพรรคที่ถูกกล่าวถึงจะดำเนินการแจ้งความเอาผิดตนเองนั้นก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ตนเองมั่นใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว
“ภายใน 1-2 วันนี้ ผมจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรีและ สภ.เสิงสาง จ.นครราชสีมาเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ว่าจ้างให้คนไปเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านในเขต อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้งและฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งตนจะนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นให้กับ กกต.เพื่อประกอบการสืบสวนต่อไปอีกด้วย พฤติกรรมในการเก็บบัตรประชาชนครั้งนี้เป็นการบังคับข่มขืนใจให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองโดยไม่ได้เกิดจากความศรัทธาของของชาวบ้านตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญซึ่งกฏหมายใหม่การจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมัครคนละ 100 บาท แต่การกระทำของผู้สนับสนุนว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองนี้มีการกำหนดระดับเกรดของหัวคะแนนคือ เกรดเอ ระดับอำเภอ เกรดบี ผู้นำตำบล เกรดซี ผู้นำหมู่บ้านหรือหัวหน้าคุ้มและ อี คือประชาชนทั่วไป และให้ผู้นำ 1 คน หาสมาชิกพรรคให้ได้ 10 คน และให้ส่งข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ลักษณะเช่นนี้มีการกระทำในทุกอำเภอของ จ.นครราชาสีมาเป็นการเตรียมจัดตั้งหัวคะแนนเพื่อซื้อสิทธิขายเสียงใช่หรือไม่หรือเตรียมการเพื่ออะไรซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าผิดกฏหมายเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนภาพถ่ายของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ถ่ายคู่กับผู้นำพรรคการเมืองนั้นชาวบ้านและตัวผมเองก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าคุณจะลงสมัครในนามพรรค การเมืองดังกล่าวแน่ นอกจากนี้นักการเมืองได้ไปประกาศทุกงานต่อหน้าชาวบ้านว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในสนามพรรคการเมืองนั้นแน่นอน ผมจึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจเช่นกัน” นายสุภรณ์กล่าว

