หน้าแรก การเมือง ผู้อ่าน 78% ช...

ผู้อ่าน 78% ชี้คืนแวตคนจน ช่วยคนจนได้น้อย ชี้ ‘เจ้าสัว-ร้านค้า’ได้ประโยชน์ ติงหาเสียงล่วงหน้าโดยใช้คนจนเป็นเครื่องมือ

8.09.18 | 22:45 น.

กรณีมติชน สอบถามความคิดเห็นว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 11 กันยายน เห็นชอบโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)ให้ผู้มีรายได้น้อย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

โดยจะเสนอคืนแวตแก่ผู้มีรายได้น้อยกว่า 15 ล้านคนผ่านบัตรสวัสดิการของรัฐ จำแนกเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 11.4 ล้านคนและผู้ลงทะเบียนรอบใหม่ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 4 ล้านคน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ ทั้งนี้เป็นโครงการชั่วคราว มีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561- เมษายน 2562 คาดว่าใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท


โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการของรัฐ จะได้รับวงเงินแวตคืนจากการใช้จ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน หรือใช้จ่ายขั้นต่ำ 8,000 บาท ถึงจะได้เงินแวตคืน 500 บาท ระยะแรกผู้ถือบัตร จะสามารถใช้จ่ายได้เฉพาะในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ก่อนจะขยายไปยังห้างสรรพสนิค้าและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี ฯลฯ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร้านค้าดังกล่าวเพื่อให้ติดตั้งระบบแยกแวตออกจากราคาสินค้าในระบบพีโอเอส และนำมาเชื่อมกับเครื่องชำระเงินอีดีซี

ถ้าครม.อนุมัติโครงการคืนแวตให้คนจน ท่านคิดว่าจะช่วยคนจนได้มากน้อยเพียงใด เพราะอะไร? ก.ช่วยได้มาก ข.ช่วยได้ปานกลาง ค.ช่วยได้น้อย (อ่านรายละเอียด : ถ้าครม.อนุมัติโครงการคืนแวตให้คนจน ท่านคิดว่าจะช่วยคนจนได้มากน้อยเพียงใด เพราะอะไร?)

ผลปรากฏว่าผู้อ่านข่าวสารที่ “ทวิตเตอร์มติชน” ร้อยละ 78 มองว่า ช่วยคนจนได้น้อย และร้อยละ 11  มองว่า ช่วยได้ปานกลาง และอีกร้อยละ 11 มองว่าช่วยได้มาก

Advertisement

พร้อมกันนั้นบางคนได้แสดงความคิดเห็นประกอบด้วย อาทิ

  • ช่วยได้น้อย แต่ก็ยังดีกว่าช่วยไม่ได้เลย,
  • ช่วยนายทุนผู้ประกอบการเสียมากกว่า
  • ช่วยยังงี้แล้วเค้าหายจน ลืมตาอ้าปากได้ไหมครับ เฮ้อ !!
  • สร้างงานสร้างรายได้จะดีกว่าไหม คิดไม่ออกแล้วแจกแต่เงินเพื่อให้หมุนกลับไปหาเจ้าสัวทั้งหลาย
  • เอางบมาพัฒนาสร้างอาชีพให้คนที่ขึ้นทะเบียนดีกว่า สอนวิธีจับปลา ไม่ใช่ยื่นปลาให้กินค่ะ

ขณะที่ผู้อ่านข่าวสารที่ “มติชนออนไลน์” ให้มุมมองที่ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ มองว่าแทนที่จะสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยอดออม กลับกระตุ้นให้จ่าย, เป็นนโยบายหาเสียงล่วงหน้าโดยใช้คนจนเป็นเครื่องมือ, คนที่ได้รับประโยชน์คือนายทุน เจ้าสัวและร้านค้าทั้งหลาย, หาเสียงกับคนจน 15 ล้านคน เป็นต้น