หน้าแรก การเมือง ค้านปตท.ซื้อห...

ค้านปตท.ซื้อหุ้นโกลว์บานต่อ กลุ่มบ.มาบตาพุด ร่อนหนังสือ ‘ปธ.กำกับกิจการพลังงาน – รมว.พลังงาน’

8.09.18 | 15:29 น.
ขอบคุณภาพ "ข่าวหุ้น"

จากกรณี ปตท. โดยบริษัทลูก คือบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี จะเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำให้เกิดเสียงคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์ ดังที่มีข่าวว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความเห็น และได้พูดคุยกับตัวแทนปตท. ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และยืนยันจะยื่นร้องต่อนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจการรัฐสภา ในวันที่ 10 ก.ย. เพื่อให้นำเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ได้มีการเผยแพร่หนังสือ กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ถึง ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำเนาส่ง รมว.พลังงาน คัดค้านการดำเนินการดังกล่าวของปตท. มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

เรียน ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง ขอให้พิจารณาตรวจสอบและกำกับดูแลการซื้อขายหุ้นในบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) โดยบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผูกขาดในกิจการพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

ตามที่ Engie Global Development B.V. หรือ ENGIE ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นในบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เพื่อขายหุ้นทั้งหมดจำนวนร้อยละ 69.11 ให้แก่บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นั้น

กลุ่มผู้ร้องเรียนเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินการในเรื่องนี้ และขอเรียนแสดงข้อคิดเห็น ดังนี้

Advertisement

1.การซื้อขายหุ้น GLOW ในครั้งนี้ จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของ GPSC เพิ่มเป็นประมาณ 4,800 เมกะวัตต์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมของประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 40,000 เมกะวัตต์แล้ว อาจเป็นสัดส่วนที่ไม่มากเมื่อหากมองในภาพของประเทศหรือผู้ผลิตรายอื่น อย่างไรก็ตามเนื่องจากในการซื้อขายกระแสไฟฟ้าต้องซื้อขายผ่านระบบสายส่งไฟฟ้าที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่สามารถซื้อกระแสไฟฟ้าจากแหล่งอื่นมาทดแทนได้โดยง่าย ตลาดกระแสไฟฟ้าในกรณีนี้ ในความเป็นจริงจึงจะจำกัดอยู่เฉพาะเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และเมื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงว่า GLOW ในปัจจุบันก็เป็นผู้ขายไอน้ำรายใหญ่ในพื้นที่เดียวกันและไอน้ำก็เป็นสินค้าที่ผู้ใช้ไม่สามารถซื้อจากแหล่งอื่นได้ เพราะต้องซื้อขายผ่านระบบท่อซึ่งอยู่ในพื้นที่เท่านั้น การซื้อขายหุ้นดังกล่าวหากได้รับอนุญาต จะส่งผลให้ GPSC ควบคุมและมีอำนาจผูกขาดในตลาดพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้ค่อนข้างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเฉพาะในตลาดการซื้อขายไฟฟ้าในเขตพื้นที่ดังกล่าว จะมีสัดส่วนปริมาณการขายไฟฟ้าประมาณร้อยละ 86

2.กลุ่มผู้ร้องเรียนบางรายซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ GLOW ประกอบธุรกิจปิโตรเคมีในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ที่ผ่านมาได้รับการปฏิบัติที่ดีจาก GLOW มาโดยตลอด เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW ไม่ได้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันกับกลุ่มลูกค้า ทำให้การบริหารงานเป็นไปด้วยกลไกการตลาดตามหลักสากล ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) แต่เมื่อ GPSC เข้าซื้อหุ้นใน GLOW แล้วจะทำให้กลุ่มบริษัทในเครือ ปตท.ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GPSC และมีธุรกิจหลักด้านปิโตรเคมีเช่นเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าบางรายของ GLOW มีอำนาจในเชิงนโยบายและการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการดำเนินการของ GLOW จึงมีความเป็นไปได้สูงที่อาจเกิดการดูแลที่ไม่เป็นธรรม ไม่เหมาะสม (Unfair Treatment) กับลูกค้าเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขึ้นได้

3.กลุ่มผู้ร้องเรียนส่วนหนึ่ง เป็นนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยความเชื่อถือและมั่นใจว่ารัฐบาลจะกำกับดูแล และคุ้มครองการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติอย่างถูกต้องเหมาะสมไม่ปล่อยให้เกิดความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนในการลงทุน แต่การซื้อหุ้นในกรณีนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้นักลงทุนในพื้นที่ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติเริ่มขาดความเชื่อมั่น เนื่องจากผลของการผูกขาดจะทำให้เกิดความเสียหายกับการลงทุนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งมีมูลค่าสูง นักลงทุนต่างชาติอาจพิจารณาทบทวนนโยบายการลงทุนในประเทศในอนาคต เพราะไม่เชื่อมั่นอีกต่อไปว่า รัฐบาลจะจัดการดูแลคุ้มครองการงทุนของผู้ลงทุนได้ กรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างมากในการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

โดยสรุป การที่ GPSC ซื้อหุ้น GLOW ในครั้งนี้ จะทำให้ GPSC ผูกขาดตลาดการขายพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง กลุ่มผู้ร้องเรียนที่เป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำตรงจาก GLOW จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการซื้อขายหุ้น GLOW ดังกล่าวข้างต้น จึงขอเรียนประเด็นต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นมาเพื่อให้ท่านโปรดให้ความอนุเคราะห์วินิจฉัย ตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการแข่งขันและผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดกิจการพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ร้องเรียนที่เป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ยินดีเข้าให้การชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาต่อไป

หนังสือดังกล่าว ลงชื่อกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าและไอน้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง 10 บริษัทด้วยกัน ประกอบด้วย

นายมงคล เฮงโรจน์โสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด
นายวุฒิชาติ อนันต์สุทธิวรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ,
นายพิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด ,
นายปรีดา วัชรเธียรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ,
นายธาร์นา เสนี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด ,
นายปิยะพงศ์ จริยเศรษฐพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์สยาม คอมโพสิต จำกัด
นายสุวิทย์ วิศิษฏ์วรณัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยอง เทอร์มินัล จำกัด ,
นายอภิชัย เจริญสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ,
นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามโพลิเอททีลีน จำกัด ,
นายฟาเบียโน่ เซอร์วิเอรี เดอ โอลิเวียร่า กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็มทีพี เอซพี เจวี ประเทศไทย) จำกัด