09.00 INDEX จุดร่วม ประชาธิปัตย์ คสช. ต่อ กรณีของ นคร มาฉิม

9.09.18 | 09:27 น.

ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าคสช.มองกรณีของ นายนคร มาฉิม ไปในทิศทางเดียวกันเพียงแต่ต่าง”กรรม” ต่างวาระ

กรณีพรรคประชาธิปัตย์เคืองขัดเพราะว่า นายนคร มาฉิม ขอโทษต่อ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จากกรณีอันเนื่องแต่ “รัฐประหาร”

ขณะที่คสช.ต้องรุดไปพบและปรับทัศนคติ นายนคร มาฉิม ภายหลังการมาเยือนของคณะบุคคลจากสหภาพยูโรป

แต่ก็เนื่องมาจาก”รัฐประหาร”เช่นเดียวกัน

Advertisement

พรรคประชาธิปัตย์ใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์ ขณะที่ คสช.ใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.เป็นเครื่องมือ

เป้าหมาย คือ ยุติบทบาทของ นายนคร มาฉิม

ต้องยอมรับว่า แม้ความไม่พอใจต่อ นายนคร มาฉิม ของพรรค ประชาธิปัตย์และของคสช.จะต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ก็มีจุดร่วมมาจากปัจจัยเดียวกัน

นั่นก็คือ ท่าทีของ นายนคร มาฉิม ต่อ “รัฐประหาร”

นั่นก็คือ บทสรุปของ นายนคร มาฉิม ที่เห็นว่า ไม่ว่ารัฐประ หารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ดำเนินไปในลักษณะอันเรียกว่า

มาจาก “แผนสมคบคิด” ในทางการเมือง

นั่นก็คือ มีการปูทางและสร้างเงื่อนไขโดยกลุ่มและพรรคการเมือง จากนั้น คมช.จึงเข้ามา จากนั้น คสช.จึงเข้ามาโดยการทำ “รัฐประหาร”

นี่คือ จุด”ร่วม”อันพรรคประชาธิปัตย์และคสช.มองและประเมินบทบาทของ นายนคร มาฉิม

เพียงแต่ใช้ “วิธีการ” ในการสยบแตกต่างกัน

พรรคประชาธิปัตย์อาจใช้กระบวนการทางกฎหมาย คสช.อาจใช้คำสั่งแต่ก็ยกพยุหโยธาเข้าไปหา

คำถามก็คือ สามารถ”ยุติ”ได้หรือไม่

หากประเมินผ่านท่าทีของ นายนคร มาฉิม ไม่ปรากฏความหวาด พรั่นเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าต่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าต่อคสช.

เป็นอันบ่งชี้ทิศทางต่อไปของ นายนคร มาฉิม ได้อย่างเด่นชัดว่า เขาจะต้องนำไปขยายผลทางการเมืองแน่นอน

คำตอบจะรู้ได้จากผลการเลือกตั้งในปี 2562