เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายปฏิรูปรับน้องประชุมเชียร์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดงานประชุมใหญ่ประจำปี 2561 ของกลุ่ม Anti-Sotus
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กิจกรรมรับน้อง ซ่อมน้อง ประชุมเชียร์เป็นรากฐานระบบอำนาจนิยมของประเทศไทย ระบบโซตัสเคยเฟื่องฟูในยุคก่อนปี 2516 และกลับมาอีกครั้งได้เพราะได้สร้างบาดแผลทางความคิดให้เยาวชน ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่สังคมคาดหวัง คือมีความคิดเรื่องชนชั้น ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง และคนที่มีสถานะพิเศษเช่นดาราจะได้รับการปฏิบัติแบบอภิสิทธิ์ชน แม้เป็นความคิดล้าหลังแต่สถานศึกษากลับบ่มเพาะความคิดชนิดนี้ซึ่งเป็นรากฐานของระบอบเผด็จการ
“ขอเรียกร้องให้พิจารณาออกมาตรการยกเลิกระบบรับน้องแบบอำนาจนิยมหรือโซตัส โดยขอให้ใช้วิธีรับน้องแบบสร้างสรรค์ด้วยหลัก 5 ประการ 1.ไม่ล่วงละเมิดทั้งในทางกฎหมาย เนื้อตัว และจิตใจ 2.ไม่บังคับให้เข้าร่วม 3.มหาวิทยาลัยต้องมีกลไกรับผิดชอบชัดเจน 4.สร้างบรรยากาศให้นักศึกษาปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมไม่ใช้หลักอาวุโส 5.มีกลไกตรวจสอบย้อนหลังในกิจกรรมที่จัดขึ้น โซตัสเป็นรากฐานระบบอำนาจนิยมที่ครอบงำไทยจนวันนี้หวังจะถูกนำหลักการไปปรับเปลี่ยนในระบบการศึกษาไทย” นายพริษฐ์กล่าว
จากนั้น นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาเรื่อง “สถานการณ์โซตัสกับสังคมไทย” ว่า ที่ผ่านมามีการทดสอบ Stanford Prison Experiment 1971 ว่าทำไมคนดีๆถึงกลายเป็นคนเลว โดยให้นักศึกษาแบ่งสองฝ่ายเป็นผู้คุมกับนักโทษ แต่ต้องยกเลิกการทดลองก่อนกำหนด เพราะสถานการณ์เลวร้ายเกินควบคุม เมื่อคนใช้อำนาจในบทบาทที่ได้รับ ซึ่งต่อให้สลับข้างกันผลก็ออกมาเป็นแบบเดียวกัน การทดสอบนี้เป็นลักษณะเดียวกับการรับน้อง ตอนปี1 เขาโดนกดขี่ พอเป็นรุ่นพี่ก็มากดขี่เขาบ้าง เป็นผลจากระบบอำนาจนิยมแนวดิ่ง ถ้าเราเป็นโครงสร้างแนวราบคนที่ขึ้นไปปี 2 จะไม่กลับมากดขี่ปี 1 อีกการทดลองหาเหตุผลเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Stanley Milgram’s Electric Shock Experiment โดยจ้างคนมาบังคับเก้าอี้ไฟฟ้าชอร์ตคนที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ซึ่งคนที่ถูกชอร์ตหลอกอีกฝ่ายว่าถูกชอร์ตจริงๆ แต่คนที่บังคับไฟฟ้าก็ใช้ระดับที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ยอมอยู่ใต้อำนาจแม้ขัดกับจิตสำนึกว่าไม่ถูกต้อง เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ทำไมเกิดการไล่ล่าคนที่แตกต่างด้วยเชื้อชาติศาสนา มีการเข่นฆ่าโรฮีนจาหรือในรวันดา สิ่งนี้จะหยุดได้ด้วยโครงสร้างแนวราบ
“คนที่ไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตยมักแย้งว่าคนเราไม่เสมอภาคกันจะทำให้เท่ากันได้ยังไงหรือบอกว่าสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องมอมเมา ทั้งที่หลักความเสมอภาคในไทยเกิดมาตั้งแต่ 2475 และเกิดระบอบประชาธิปไตย แต่ทำไม 86 ปีที่ผ่านมาประชาธิปไตยไม่ประสบผลสำเร็จเสียที จนถึงตอนนี้ คสช.ก็ยังไม่มั่นใจในการเปลี่ยนผ่านกลับสู่ประชาธิปไตย ปัญหาการรับน้องต้องใช้หลักการตรวจสอบแบ่งแยกอำนาจ ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เป็น ม.44 ในวงการรับน้องจะยังคงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งให้รุ่นมีอำนาจทุกด้านเพื่อความสามัคคีของรุ่นน้อง หรือนี่คือความล้มเหลวของประชาธิปไตยเมื่อเกิดระบบนี้ในทุกมหาวิทยาลัย คนที่จบออกมาก็เป็นผู้นำในภาคส่วนต่างๆ
“ผมคิดว่าประชาธิปไตยไทยล้มเหลวส่วนหนึ่งมาจากโซตัส ทำให้คนยอมรับคำสั่งที่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายใดๆ ความเป็นพี่น้องจะไม่มีปัญหาถ้าเคารพความเสมอภาค ถ้านายกฯเรียกร้องให้ประชาชนเคารพนายกฯ นายกฯเองก็ต้องเคารพประชาชน นี่คือระบอบประชาธิปไตย และผมคิดว่าคนรุ่นใหม่จะไม่ยอมรับโซตัสมากขึ้นเรื่อยๆ โซตัสเป็นระบบของโลกเก่าที่คนมีอำนาจมากกว่าถูกเสมอ จะถูกแทนที่คนรุ่นใหม่ที่โตมากับความมีเหตุมีผล บทบาทของเครือข่ายแอนตี้โซตัสคือผู้ตรวจการโซตัสและสร้างความโปร่งใส เมื่อมหาวิทยาลัยไม่ยอมทำเอง และจะเกิดการคัดเลือกโดยธรรมชาติ คนจะไม่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่ไม่จัดการปัญหานี้ เป็นการช่วยกันทำให้ประชาธิปไตยไทยประสบความสำเร็จ เราต้องสร้างคนรุ่นใหม่ที่เคารพสิทธิและความเสมอภาคกัน” นายปริญญากล่าว


