“นายกฯ” เชื่อ “ทักษิณ” อยู่เบื้องหลังกลุ่มเคลื่อนไหวป่วนในประเทศ ลั่นไม่ห่วงองค์กรต่างประเทศกดดัน เตรียมแจงเหตุผลต่างชาติ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า คสช. ได้แจ้งความว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย โดยขอให้ไปว่ากันที่ศาล หน้าที่คสช. คือการรักษาความสงบเรียบร้อยและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี ทั้งนี้ไม่ได้มีความเป็นห่วงองค์กรต่างประเทศและแอมเนสตี้จะมากดดัน โดยตนจะไม่รอให้มากดดันแต่จะทำหนังสือชี้แจงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องจับกุม รวมถึงชี้แจงในกรณีบุคคลอื่นๆ ที่หนีคดีไปยังสถานทูตทุกประเทศให้เข้าใจอีกด้วย รวมถึงสื่อมวลชนก็ต้องช่วยสร้างความเข้าใจว่านายวัฒนามีความผิดอย่างไร ไม่ใช่นำเสนอแต่เรื่องการเมืองเป๋ไปเป๋มาทำให้ประชาชนสับสน
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวกรณีที่มีหลายคนออกมายั่วยุในขณะนี้ ว่า ตนไม่ใช่คนที่ยั่วง่าย และทุกคนต่างมีหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นศาล หรือกระบวนการยุติธรรม ต่อไปนี้ต้องว่าตามกฎหมายที่จะแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะอาจเกิดการปลุกระดมได้ รวมถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ถามว่าอยู่กับพวกใด ใครเอารถไปส่ง วอยซ์ทีวี หรือ นปช.ไปส่งใช่หรือไม่ แล้วโยงกันอย่างไร ซึ่งย้ำว่าใครออกมาเคลื่อนไหวก็ต้องติดคุกและไปฟ้องศาล โดยขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่
ส่วนมีการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้เหรอว่าใคร มาจากไหน ใครละที่สนับสนุนกันมา ใครวางแผน ล็อบบี้ยีสต์ต่างประเทศ ทักษิณ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ตีผมเละอีก ต้องการแค่นี้ประเทศก็ปั่นป่วนเหมือนเดิม สื่อก็ช่วยผมได้แค่นี้ ทำให้ยุ่งขึ้น และต้องยอมรับสิ่งที่เกิดต่อจากนี้ ถ้าสื่อจะทำแบบนี้ เลือกตั้งจะได้ไหมอยู่ที่สื่อไม่ใช่ผม ถ้าไม่เรียบร้อยผมก็จะใช้กฎหมาย วันนี้พยายามใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมายก็ไม่ยอมกันอีก มันจะอยู่กันด้วยอะไร อยากได้แบบก่อน 22 พฤษภาคมใช่หรือไม่ ก็เอาเสนอข่าวกันออกไป วันหน้ารับผิดชอบด้วย และให้คนทั้ง 60 ล้านคนดูด้วยว่าความวุ่นวายเกิดจากอะไร”
ทั้งนี้หากเกิดความวุ่นวายจะส่งผลกระทบต่อการทำประชามติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าความวุ่นวายเกิดจากตน หรือเกิดจากใคร และอยู่ที่เจตนาว่าบริสุทธิ์หรือไม่ ซึ่งทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับกฎหมาย หากเกิดความวุ่นวาย ก็ต้องดูว่าทำได้หรือไม่ หากทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ เหมือนกับช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่มีการประท้วงแล้วเลือกตั้งได้หรือไม่

