เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายเกษม มาลัยศรี อดีต ส.ส., ส.ว.จังหวัดร้อยเอ็ด และแกนนำกลุ่มสามมิตรภาคอีสาน กล่าวว่า กรณีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ออกมากล่าวหาว่ารัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปจัดประชุม ครม.สัญจร และเดินหน้าผุดเมกะโปรเจ็กต์ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ว่าไม่เหมาะสม ไม่ครอบคลุม ไม่คุ้มค่านั้น ตนเห็นว่านายอนุทินมากล่าวหาเช่นนี้เหมือนคนไม่มีความคิด ไม่มีปัญญา เพราะโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ภาคตะวันออกเองก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม
“ขณะเดียวกัน ตนในฐานะเป็นอดีต ส.ส. และ ส.ว.จังหวัดร้อยเอ็ด ก็อยากให้รัฐบาลชุดนี้มาทำโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวภาคอีสาน 5 จังหวัด ประกอบด้วย อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด นอกจากนี้ถ้ารัฐบาลจะออกโฉนดให้กับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่บนพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อให้พี่น้องผู้ยากไร้ได้มีที่อยู่อาศัยแบบถาวร ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะที่บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้มีแต่ที่ ส.ป.ก.ทั้งนั้น ซึ่งรัฐบาลชุดนี้สามารถดำเนินการได้ทันที เหมือนกับการทำระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
“ถ้าพรรคภูมิใจไทยยังคิดอะไรไม่ออก ก็ขอให้กลับไปคิดนโยบายของพรรคตัวเองให้ได้ออกมาดีๆ แข่งกันด้านนโยบายให้ประชาชนได้พิจารณาจะดีกว่า ไม่ใช่มัวแต่สั่งลูกน้องให้วิ่งไปเก็บบัตรประจำตัวประชาชนชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเดียว เหมือนกับที่ปรากฏเป็นข่าวที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะซื้อบัตรประจำตัวประชาชนมาเก็บไว้ทำไม จนขณะนี้เป็นที่อับอายขายหน้าของคนที่ทราบข่าวทั่วประเทศ หรือถ้าคิดไม่ออกอีกก็ให้รีบกลับไปสร้างรัฐสภาให้เสร็จก่อนดีกว่า เพราะเห็นว่าขอต่อสัญญาไป 6-7 ครั้งแล้วก็ไม่เสร็จเสียที กลัวว่าถ้าพวกตนเลือกตั้งตามโรดแมปเสร็จแล้วจะไม่มีที่ให้ประชุมสภา” นายเกษมกล่าว

