เหยี่ยวถลาลม : ชิงลงมือก่อน

13.09.18 | 12:20 น.

แค่แหย่เท้าข้างหนึ่งลงไปในน้ำ “จระเข้” ก็กระโดดเข้างับในฉับพลันทันที

เพียงมีชื่อ “อลงกรณ์ พลบุตร” จะมาเป็นคู่ชิงเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” แทบไม่น่าเชื่อว่าการใส่ร้ายป้ายสีสาดโคลนตามสไตล์ถนัดก็คึกคักใน “ปชป.”

“อลงกรณ์ พลบุตร” เจอเข้ากับข้อกล่าวหาอันน่ารังเกียจอย่างยิ่ง นั่นคือ “นอมินี ของ คสช.”
เป็นเด็กของทหาร…คสช.ส่งมายึดพรรค … ถูกซื้อตัว ฯลฯ

แม้จะไม่เห็นหน้าไม่เห็นตัวตนคนปล่อยข่าว แต่ก็พอจะคาดเดาจากประสบการณ์ได้ จึงทำให้ “อลงกรณ์” ต้องสวนออกไปทันควันว่า “หัดมองคนอย่างเข้าใจและพูดความจริงกันบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใส่ร้าย สาดโคลน ซึ่งเป็นสไตล์การเมืองที่ทำให้พรรคตกต่ำ”

พรรคตกต่ำ ! คำนี้อีกแล้ว ! คนนี้พูดอีกแล้ว !?
“อลงกรณ์” คนนี้เคยชูธงปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2556 ก่อนรัฐประหาร 1 ปี

Advertisement

ตอนนั้นอลงกรณ์เป็นรองหัวหน้าพรรค ได้เสนอแนวทางปฏิรูปพรรค วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งพร้อมกับโพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ประชาธิปัตย์พ่ายแพ้มาอย่างต่อเนื่องตลอด 21 ปี หลายคนอาจคิดว่า แพ้เพราะเงิน แต่อีกหลายคนรวมทั้งอลงกรณ์เองคิดว่า แพ้เพราะ “คิดไม่ทัน ปรับตัวไม่ทัน”

“ถ้าเชื่อและช่วยกันปฏิรูปพรรค ไม่บอยคอตเลือกตั้งตอนนั้น ก็คงไม่มีรัฐประหารและไม่ต้องสูญเสียประชาธิปไตยมาจนถึงวันนี้”

“อลงกรณ์ พลบุตร” มีน้ำใจงามทีเดียวที่ไม่ชี้นิ้วโบ้ยสิ่งร้ายๆ ให้ไปตกแก่ฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็น “คู่แข่งทางการเมือง”

ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ “ประชาธิปัตย์” เป็นเงื่อนไขปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่นำสังคมไทยเข้าสู่สถานการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร กระทั่งทั้งหมดตกอยู่ในกำมือของ “คสช.” ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
และเมื่อ “อลงกรณ์” ได้รับแต่งตั้งเป็น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมกับนั่งเก้าอี้ รองประธาน สปช. เป็นนักการเมืองคนเดียวที่มีตำแหน่งสูงสุดในแม่น้ำ 5 สาย ก็ย่อมถูกพวกตำหนิและจับตา

“อลงกรณ์” อาจจะพูดไม่เหมือนใคร อาจจะทำไม่ตรงใจ กับไม่ถูกจริต “คนใน” มาตั้งแต่ครั้ง “วิพากษ์พรรค” อย่างไม่ยำเกรงนายหัวชวนกับหัวหน้ามาร์ค

มาวันนี้ เมื่อมีชื่อ “อลงกรณ์” แพลมออกมาว่าจะชิงเก้าอี้ “หัวหน้าพรรค” บรรดาฮาร์ดคอร์จึงต้องออกปฏิบัติการ !?!!!