ศาลอนุญาตฝากขัง สาวแจกเสื้อ’สหพันธรัฐไท’ครั้งแรก ญาติยื่นประกันตัว 2 แสน

12.09.18 | 16:36 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นางวรรณภา คำพิพจน์ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา หมู่ 9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาแจกเสื้อสหพันธรัฐไท ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23กันยายนนี้ ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน


คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้รับคำสั่งจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาลและคสช.ซึ่งก็ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 20 สองหาคม 2561 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบทราบว่านายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล โดยมีการรวมกลุ่มในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท ทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ,สติ๊กเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มและเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆ ในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐโดยนำไปปิดและแจกจ่ายในสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่ง หัวหน้าคณะ คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 เชิญตัวนายกฤษณะ กับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถาม นายกฤษณะ กับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มกันในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาลทราบ ซึ่งเห็นว่าการกระทำของนายกฤษณะกับพวก ผิดกฎหมาย จึงมอบหมายให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝ่ายข่าวสืบสวนขยายผลทราบว่า แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไทยซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้จัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์และมีนางวรรณภาผู้ต้องหา เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าว จากนางสมพิศ สมบัติหอม มารดาผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทที่หลบหนีจากประเทศไทย เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยเดินทางเข้าไปทางจ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเดินทางไปเสื้อมาจำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ ส่วนเสื้อที่เหลือนำมาไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอให้ส่งสมาชิก ตามคำสั่งของนางสมพิศ จนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบและจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ยังพบว่ามีการถ่ายภาพใบปลิวข้อความปลุกระดม ตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กันยายน เวลา 16.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (กก.1บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุม นางวรรณภา ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2067/2561 ลงวันที่ 11 กันยายน2561 จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน จึงดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ใช่เพื่อแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเป็นอั้งยี่ฯ” เหตุเกิดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยลาว และ ต.สำโรงใต้ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

Advertisement

ทั้งนี้ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้สอบสวนและควบคุมผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว หากแต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากจะต้องสอบพยานอีกหลายปาก รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดร้ายแรงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงขออนุญาตฝากขัง

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นางวรรณภา ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท