‘บิ๊กตู่’ชมปธ.ซีพีประสบความสำเร็จ แต่ไม่สนการเมือง เปรียบตัวเองต้องทน อึดกว่ายางมิชลิน

12.09.18 | 17:49 น.

บิ๊กตู่ อวย ปธ.เครือซีพี ประสบความสำเร็จ แต่ไม่เล่นการเมือง เหน็บคนไม่มีอะไรเลยกลับอยากเล่น ครวญเปรียบตัวเองทนอึดเหมือนยางมิชลิน เผยบอกตัวเองสวดมนต์ก่อนนอนให้เหมือน “ป๋าเปรม” อย่าพลาดตอบคำถามสื่อ-ตอบโต้ใคร สัญญาในใจอยากใช้คำพูด “กลับบ้านเถอะลูก” แต่ทำไม่ได้


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ “การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา” ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ CONNEXT ED พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต”

โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เราพัฒนาโลกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย จากการแพร่ข่าวสารไม่กี่นาทีทั้งโลกรู้ เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง คนตัดสินไปหมดแล้ว เรื่องนี้ต้องไปสร้างหลักคิดว่าควรทำอย่างไร ต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีหลักการและเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพูนความรู้ด้านคุณธรรม การจะตามโลกยุคใหม่ให้ทัน เราต้องกำหนดตัวเอง และต้องรู้ว่าอยู่จุดไหน เราต้องสอนคนให้มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นก็จะตีกันไปมา คนเป็นครูนอกจากสอนแล้ว จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถามได้ด้วย ไม่ใช่สอนตลอดทั้งชั่วโมง ครูสอนดีมาก แต่นักเรียนสอบตก

“เราอย่าหนีความเป็นจริง ผมเองก็เป็นคนชอบตั้งคำถาม แต่ครูก็ไม่เปิดโอกาสให้ถาม ครูส่วนใหญ่สอนเต็มชั่วโมง จนส่งผลให้วันนี้ทำให้ผมพูดมาก วันนี้ผมก็เลยกลายเป็นครู แม่และเมียก็เป็นครู แต่ทุกวันนี้ทุกคนก็เป็นครูของผม และคิดว่าอาชีพที่ดีที่สุดของวันนี้ที่สามารถเป็นอะไรได้ทุกอย่าง ไม่ใช่ทหาร แต่น่าจะเป็นหมอ เป็นได้ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เพราะเป็นคนฉลาด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับชะตาชีวิตและต้นทุนทางสังคมและครอบครัว แต่วันนี้ผมถามคุณศุภชัย (นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์) ในฐานะประธานว่าจะลงเล่นการเมืองไหม ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เอา แต่ทำไมคนที่ไม่ทำอะไรเลย อยากจะมาเล่นการเมือง ผมไม่เข้าใจ เขาประสบความสำเร็จ แต่ไม่ทนทรมาน เหมือนผมทน ถามว่าผมทนไหม ผมทนอึดยิ่งกว่ายางมิชลิน เด้งซ้ายเด้งขวา แต่สู้ได้ ถ้ามีกำลังใจแบบทุกวันนี้ก็สู้ตาย ไม่กลัว ผมเองเป็นเพียงผู้นำทางพวกเราทุกคนเดินไปข้างหน้า มีอุปสรรคอะไรรัฐบาลจะได้แก้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เพราะถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ทำเพื่อแผ่นดินของเรา ซึ่งภายในประเทศของเราอยู่กันอย่างมีความสุขมาโดยตลอด

ถ้าพูดถึงสมัยก่อนเรารบกันภายในไม่มี ส่วนใหญ่เผชิญอธิปไตยภายนอก พอถึงต้นรัตนโกสินทร์ก็ลดลงไปเรื่อยๆ แต่ต่างประเทศก็ยังมีอยู่ ของเราไม่ค่อยมี วันนี้ก็เลยเอาสักหน่อย แต่วันนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้นแล้วเพราะเวลาผมไปต่างจังหวัดก็ขอความมั่นใจจากประชาชนอย่าทำร้ายประเทศของเราอีกเลย ผมก็สัญญาในใจของผมแล้วว่า จากวันนี้ไปจะไม่ตอบโต้ใครอีกแล้ว แต่ดันอดไม่ได้สักที ผมสัญญาทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน พรุ่งนี้อย่าพลาดอย่าตอบคำถามใคร คำถามสื่อที่ไม่เข้าหูก็อย่าไปตอบ นึกถึงภาพอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน คำว่า กลับบ้านเถิดลูก ผมก็พยายามจะพูดเมื่อคิดได้ เพราะวันนี้เรากำลังเผชิญปัญหา ที่ผ่านมาก็หนัก วันนี้ก็หนัก เป็นคนละแบบกัน เพราะโลกกว้างขึ้น ความขัดแย้งจึงมีสูง ผมเข้ามาเริ่มตั้งแต่ต่ำกว่าศูนย์ แม้แต่จีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 0.9 มันดีตรงไหน วันนี้โตขึ้นร้อยละ 4.8 แล้วบอกว่า 4.5 ก็ไม่ดี ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกัน วันนี้เรากำลังเผื่อแผ่เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมไปด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เราอยากได้อยากดีแบบต่างประเทศ แต่ไม่มีวิธีคิดที่ถูกต้อง ไม่มีฮาวทูดู แต่คนที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้คือรัฐบาล ซึ่งต้องทำอย่างที่ผมได้คิดไว้ อาจจะมีผิดบ้างถูกบ้าง แต่อย่าทำให้ผิดกฎหมาย” นายกฯกล่าว

Advertisement