เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 กันยายน ที่ จ.นครราชสีมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชาญ จูงกระโทก รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ครบุรี เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังทางพรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ฟ้องศาลจังหวัดนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีที่นายสุภรณ์ร้องคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ว่ามีว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ให้ทีมงานเก็บบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้านเพื่อใช้เตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งอาจเข้าข่ายเตรียมซื้อเสียงล่วงหน้า ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง และขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายสุภรณ์ได้ให้ถ้อยคำต่อต่อหน้าเจ้าพนักงานลงบันทึกประจำวัน ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายพรรคภูมิใจไทยตามที่ถูกกล่าวอ้าง การดำเนินการมีเจตนาบริสุทธิ์ เนื่องจากมีหลักฐานทุกอย่างพร้อม และได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา ส่วนจะผิด หรือถูกเป็นเรื่องที่ กกต.จะตัดสินเอง
นายสุภรณ์ กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีเจตนาว่ากล่าวให้ร้ายพรรคภูมิใจไทยตามที่ถูกกล่าวหา เพราะการที่ไปร้องกับ กกต.มีหลักฐานพยานต่างๆ ที่เชื่อได้ว่าว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ได้ทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยเรียกเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรค และระบุชื่อพรรคชัดเจน จึงต้องยื่นหลักฐานทั้งหมดให้ กกต.พิจารณา และสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น อยู่กับผลการสืบสวน

“ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายหมิ่นประมาทพรรคภูมิใจไทย เพราะผู้แจ้งมีหลักฐานว่าว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยได้ประกาศตนในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ในงานต่างๆ ว่าจะเป็นว่าที่ผู้สมัครลง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขตเลือกตั้งในนามของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในส่วนของเอกสาร ทั้งคำให้สัมภาษณ์ และภาพประกอบในการแสดงตัว จากนี้จะนำหลักฐานทั้งหมดให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายสุภรณ์ กล่าว
นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ตนบริสุทธิ์ใจ ต้องการให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม และมิได้มีเจตนาที่จะใส่ร้าย หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทยมอบอำนาจให้นายศุภชัยเข้าร้องต่อศาลจังหวัดนคราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับตนในข้อหาหมิ่นประมาท ตนขอปฏิเสธข้อกล่าวหา และมีความประสงค์เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนี้จะมอบให้ทนายความนำเอกสารนี้ไปใช้ประกอบการยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความต่อเจ้าพนักงานอันเป็นเท็จกับพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย เพื่อปกป้องตัวเอง กรณีที่่พรรคภูมิใจไทยกล่าวหาว่าตนใส่ร้ายป้ายสีพรรค ทำให้ตนเสียหาย
“นอกจากนี้ จะนำหลักฐานที่ได้เพิ่มเติม เช่น แผ่นซีดี ที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่พูดกับชาวบ้านว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคภูมิใจไทย และเป็นบุคคลเดียวที่สั่งให้คนไปเก็บบัตรประชาชน รวมถึง พยานหลักฐานที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใส่เสื้อพรรคภูมิใจไทยถ่ายรูปกับผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนหลักฐานพยานบุคคลที่รับสารภาพว่าได้ถูกว่าจ้างให้ไปเก็บบัตรประชาชนจริง โดยได้รับค่าตอบแทนจริง รวมทั้ง สำเนาบัตรประชาชนที่ถูกเก็บอีกหลายร้อยใบไปยื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติมให้กับ กกต.นครราชสีมาในสัปดาห์หน้า ให้ กกต.ตรวจสอบข้อมูลหลักฐานดำเนินคดีต่อไป ผิดหรือถูกอย่างไร กกต.เป็นผู้วินิจฉัย ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน นี่ขนาดระฆังยังไม่ดัง ปี่กลองยังไม่เชิด ก็เตรียมทุจริตการเลือกตั้งแล้ว แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองได้อย่างไร ผมอยากเห็นนักการเมืองทุกพรรคเล่นการเมืองอย่างใสสะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบคู่แข่ง และควรใช้นโยบายของพรรคตนเองเป็นเครื่องชี้วัด เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ไม่ใช่มาใช้วิธีเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านไปทำเช่นนี้” นายสุภรณ์ กล่าว
นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า มีนักการเมืองในจังหวัดหลายคนโทรมาขอบคุณตนที่นำเรื่องนี้ไปร้องต่อ กกต.เพราะทุกอำเภอมีการเก็บบัตรประชาชนเช่นกัน ทำให้พฤติกรรมเก็บบัตรประชาชนลดน้อยลงไป เช่น เขต อ.ปากช่อง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ระบุชัดเจนว่ามีการตระเวนเก็บบัตรประชาชนในเขต ต.หนองสาหร่าย และตำบลอื่นๆ ด้วย



