ปัจจัย เงื่อนไข ตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ประชาธิปัตย์

15.09.18 | 09:03 น.

ปรากฏการณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ปรากฏการณ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่มีข่าวว่าจะเสนอตัวชิงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สะท้อนอะไร

1 สะท้อนความเป็น “ประชาธิปไตย”

แสดงให้เห็นว่า บรรยากาศภายในพรรคประชาธิปัตย์มีทรัพยากรบุคคลมากมายพร้อมจะเสนอตัวให้สมาชิกพรรคพิจารณาคัดสรร

นี่ย่อมเป็นด้านดี ด้านอันเป็น “สถาบัน”

ขณะเดียวกัน 1 สะท้อนให้เห็นความรู้สึกอันอาจจะกลายเป็น “ปัญหา” ต่อไปของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตอันใกล้

Advertisement

นั่นก็คือ ความไม่พอใจต่อบทบาทของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน

มิได้เป็นความไม่พอใจในทางส่วนตัว หากแต่เป็นความไม่พอใจในทางประสิทธิภาพ เกิดความไม่แน่ใจว่าจะสามารถนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด

ด้านดีของความรู้สึกนี้เท่ากับยืนยันทรัพยากรภายในยังมีอีกมากมาย

ความจริง นับแต่สถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 เป็นต้นมา มีเพียง 1 ครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง

นั่นก็คือ การเลือกตั้งในเดือนกันยายน 2535

กระนั้น นับแต่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2538 เป็นต้นมา กระทั่งการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคประชาธิปัตย์ล้วนพ่ายแพ้

เดือนกรกฎาคม 2538 พ่ายแพ้พรรคชาติไทย

เดือนพฤศจิกายน 2539 พ่ายแพ้พรรคความหวังใหม่

เดือนมกราคม 2544 พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทย

เดือนกุมภาพันธ์ 2548 พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทย

เดือนธันวาคม 2550 พ่ายแพ้พรรคพลังประชาชน และล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2554 พ่ายแพ้พรรคเพื่อไทย

เป็นความพ่ายแพ้มาแล้ว 6 ครั้ง

ความพ่ายแพ้ 6 ครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรค 3 คน จาก 1 นายชวน หลีกภัย เป็น 1 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และที่สุดเป็น 1 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความพ่ายแพ้ของ นายชวน หลีกภัย เป็นโอกาสให้กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

ความพ่ายแพ้ของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นโอกาสให้กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

มองในด้านดีล้วนเป็นการยืนยันลักษณะ “สถาบัน” ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนเป็นรูปธรรมแห่งความเป็นประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ภายในพรรค

สถานการณ์ใหม่นี้ก็เช่นเดียวกัน

มองในด้านดีเป็นปรากฏการณ์อันเป็นภาพสะท้อนของปัญหาซึ่งดำรงอยู่ภายในพรรค และทุกคนร่วมหาทางออกด้วยวิธีการอันเป็นประชาธิปไตย

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดช่องทางอย่างเต็มที่

โดยทรัพยากรภายในพรรคก็เริ่มสำแดงความต้องการของตนออกมาอย่างเต็มที่

ถึงแม้แนวโน้มจะสะท้อนให้เห็นว่าโอกาสที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยังคงได้รับเลือกจากโหวตเตอร์มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่ง

แต่กระบวนการนี้ก็เท่ากับเป็นหลักประกัน

หลักประกัน 1 ความเป็นสถาบัน การยึดมั่นใจหลักการประชาธิปไตย หลักประกัน 1 เท่ากับเป็นการรับรองความชอบธรรมให้กับบุคคลที่ได้รับเลือกให้เป็น

ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคนอื่นก็ตาม