ปรากฏการณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ปรากฏการณ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่มีข่าวว่าจะเสนอตัวชิงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สะท้อนอะไร
1 สะท้อนความเป็น “ประชาธิปไตย”
แสดงให้เห็นว่า บรรยากาศภายในพรรคประชาธิปัตย์มีทรัพยากรบุคคลมากมายพร้อมจะเสนอตัวให้สมาชิกพรรคพิจารณาคัดสรร
นี่ย่อมเป็นด้านดี ด้านอันเป็น “สถาบัน”
ขณะเดียวกัน 1 สะท้อนให้เห็นความรู้สึกอันอาจจะกลายเป็น “ปัญหา” ต่อไปของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตอันใกล้
นั่นก็คือ ความไม่พอใจต่อบทบาทของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน
มิได้เป็นความไม่พอใจในทางส่วนตัว หากแต่เป็นความไม่พอใจในทางประสิทธิภาพ เกิดความไม่แน่ใจว่าจะสามารถนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด
ด้านดีของความรู้สึกนี้เท่ากับยืนยันทรัพยากรภายในยังมีอีกมากมาย
ความจริง นับแต่สถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 เป็นต้นมา มีเพียง 1 ครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง
นั่นก็คือ การเลือกตั้งในเดือนกันยายน 2535
กระนั้น นับแต่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2538 เป็นต้นมา กระทั่งการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคประชาธิปัตย์ล้วนพ่ายแพ้
เดือนกรกฎาคม 2538 พ่ายแพ้พรรคชาติไทย
เดือนพฤศจิกายน 2539 พ่ายแพ้พรรคความหวังใหม่
เดือนมกราคม 2544 พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทย
เดือนกุมภาพันธ์ 2548 พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทย
เดือนธันวาคม 2550 พ่ายแพ้พรรคพลังประชาชน และล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2554 พ่ายแพ้พรรคเพื่อไทย
เป็นความพ่ายแพ้มาแล้ว 6 ครั้ง
ความพ่ายแพ้ 6 ครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรค 3 คน จาก 1 นายชวน หลีกภัย เป็น 1 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และที่สุดเป็น 1 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ความพ่ายแพ้ของ นายชวน หลีกภัย เป็นโอกาสให้กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
ความพ่ายแพ้ของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นโอกาสให้กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
มองในด้านดีล้วนเป็นการยืนยันลักษณะ “สถาบัน” ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนเป็นรูปธรรมแห่งความเป็นประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ภายในพรรค
สถานการณ์ใหม่นี้ก็เช่นเดียวกัน
มองในด้านดีเป็นปรากฏการณ์อันเป็นภาพสะท้อนของปัญหาซึ่งดำรงอยู่ภายในพรรค และทุกคนร่วมหาทางออกด้วยวิธีการอันเป็นประชาธิปไตย
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดช่องทางอย่างเต็มที่
โดยทรัพยากรภายในพรรคก็เริ่มสำแดงความต้องการของตนออกมาอย่างเต็มที่
ถึงแม้แนวโน้มจะสะท้อนให้เห็นว่าโอกาสที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยังคงได้รับเลือกจากโหวตเตอร์มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่ง
แต่กระบวนการนี้ก็เท่ากับเป็นหลักประกัน
หลักประกัน 1 ความเป็นสถาบัน การยึดมั่นใจหลักการประชาธิปไตย หลักประกัน 1 เท่ากับเป็นการรับรองความชอบธรรมให้กับบุคคลที่ได้รับเลือกให้เป็น
ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคนอื่นก็ตาม

