‘นายกฯ’จ่อยกระดับตลาดประชารัฐ สู่ตลาดการท่องเที่ยว กระตุ้นศก.ฐานราก 1.2 พันล.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การกระจายรายได้และการส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น นอกจากการท่องเที่ยวตามที่กล่าวมาแล้ว รัฐบาลยังส่งเสริมวงจร เศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กระจายทั่วทั้งประเทศ โดยส่งเสริมการตั้ง“ตลาดประชารัฐ” เพื่อให้เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีสถานประกอบการได้มีพื้นที่ค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าในตลาดประชารัฐ 10 ประเภท จากหลายกระทรวง กว่า 6,600 แห่งทั่วไทย รวมทั้งเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร สินค้าชุมชนต่างๆ อีกด้วย ตลอดระยะเวลา 8 เดือนโดยมีผู้ผลิต – เกษตรกร – ผู้ประกอบการ มาลงทะเบียนเพื่อนำสินค้ามาขายในตลาด กว่า 1 แสนราย และได้รับการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายแล้ว กว่า 96,000 ราย (หรือ ร้อยละ 91) สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้กว่า 1,200 ล้านบาท หรือกล่าวได้ว่าสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ“เพิ่มขึ้น”เฉลี่ยกว่า 1,800 บาท ต่อเดือน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตลาดประชารัฐจะเป็นตลาดต้นแบบในอนาคต ที่จะเน้นการสร้างมาตรฐานใหม่ คือ ความสะอาด ปลอดภัย สะดวก และไม่ใช้โฟม – ลดถุงพลาสติก โดยมีการตรวจมาตรฐานเป็นระยะๆ ปัจจุบันก็มีตลาดที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน“ระดับดีมาก และดี” ร้อยละ 37 โดยมีเพียงร้อยละ 19 ที่ต้องได้รับการปรับปรุงต่อไป อย่างไรก็ตาม ทุกมาตรการ ทุกนโยบาย รัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างกลไกสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น เพื่อจะตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ได้จัดให้มีการอบรมและแต่งตั้ง“ผู้บริหารจัดการตลาดประชารัฐ” (CMO)ครบทุกจังหวัดแล้ว รวมทั้งเรียกมาอบรมแล้ว 25 จังหวัด 3,000 กว่าคน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ โดยตั้ง“คลินิกผู้ประกอบการ”ระดับอำเภอ และเปิดให้มีการอบรมไปแล้ว จำนวนมากกว่า 6,000 ราย


“ในอนาคตก็จะยกระดับตลาดประชารัฐให้เป็นตลาดเพื่อการท่องเที่ยว อีกด้วย โดยคัดเลือกตลาดที่มีศักยภาพ เสนอบรรจุกิจกรรมต่างๆ ไว้ใน “ปฏิทินปีท่องเที่ยวไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” จำนวน 171 ตลาด ใน 70 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมทั้งให้เป็นตลาดรองรับสินค้าเกษตร หรือเป็นแหล่งระบายสินค้าเกษตร ตามฤดูกาล ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะ“สินค้าล้นตลาด”พร้อมขยายผลตลาดประชารัฐไปยังส่วนราชการที่มีความพร้อม ในการสนับสนุนพื้นที่ให้เกษตรกรที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมนำสินค้ามาจำหน่ายในตลาด 475 แห่ง ทั่วประเทศ”นายกฯ กล่าว