เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เสนอทางออกจากวิกฤตการเมืองตอนหนึ่งว่า เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 เป็นเรื่องยาก เมื่อรัฐธรรมนูญถูกออกแบบให้เป็นปัญหา การจะแก้ไขปัญหาได้นั้นก็ต้องแก้ด้วยคนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของบ้านเมืองในวันข้างหน้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในซีกของนักการเมือง ผู้มีอำนาจ แล้วประกาศต่อประชาชน เรียกว่าสัญญาประชาคมหรือเป็นข้อตกลงร่วมกัน ใครละเมิดสัญญาที่ประกาศไว้กับประชาชน ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนเองนั้น
“เมื่อรัฐธรรมนูญปี 60 เปิดประตูให้กับนายกฯคนนอก และนายกฯคนใน มี ส.ว.ระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ที่สำคัญคือมีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เท่ากับ ส.ส. แต่การดำรงอยู่ของนายกรัฐมนตรีนั้นขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น ถ้าในสภาผู้แทนราษฎรมีเสียง 126+250 ได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา จากจำนวนเต็ม 750 คน แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถที่จะอยู่ได้ เพราะได้เสียงข้างมากในที่ประชุมของ 2 สภา แต่จะถูกอภิปรายโดยสภาเดียว และพ้นโดยสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร” นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญมันถูกออกแบบให้เกิดปัญหา จึงต้องชวนมาคุยกัน ไม่ได้ชวนให้พรรคการเมืองออกมาต่อต้าน คสช. แต่ชวนให้พรรคการเมืองคุยกับ คสช.ให้ตกลงกัน ว่าถ้าประชาชนเขาตัดสินใจอย่างไร ให้ ส.ว.ทำตามเจตนารมณ์ของสภาผู้แทนราษฎร บ้านเมืองจึงจะเดินต่อไปได้ เสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรมันไปไม่ได้
“เพราะในสภาผู้แทนราษฎรนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แน่นอนที่สุด ว่าคนที่ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในระบบรัฐสภาอันนี้ไม่สามารถที่จะทนทานได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยผ่านมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอำนาจและมีความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นี่คือโลกความเป็นจริง นายกฯคนในความต้านทานต่ำอยู่แล้ว” นายจตุพรกล่าว

