หน้าแรก การเมือง โครงร่างตำนาน...

โครงร่างตำนานคน : ‘อลงกรณ์ พลบุตร’ ฝ่าคมเกม ‘ปชป.’ : โดย การ์ตอง

16.09.18 | 13:00 น.

ในภาพใหญ่ของการเลือกตั้งที่เริ่มชัดเจนขึ้นว่าจะเปิดหีบปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มีความชัดเจนเช่นกันว่าเกมจะพยายามทำให้เป็นการต่อสู้ระหว่าง “ฝ่ายประชาธิปไตย” กับ “ฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ”

และโฟกัสชัดลงไปอีกว่าระหว่าง “พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี” กับ “พรรคที่ไม่สนับสนุน”

เกมที่ถูกขับเคลื่อนไปสู่ภาพใหญ่ของการต่อสู้เช่นนี้ สำหรับพรรคเล็ก หรือพรรคตั้งใหม่ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นพรรคเฉพาะกิจ เพื่อภารกิจเฉพาะหน้าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่รู้สึกกระทบกระเทือนอะไร

เช่นเดียวกับพรรคการเมืองเก่าแต่อยู่ในสภาพพรรคเล็ก พรรคน้อย หรือพรรคขนาดกลาง แม้จะมีความขัดเขินอยู่บ้างหากจะประกาศท่าทีว่าสนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่ก็ไม่ถึงกับรู้สึกเอียงอายมากมาย เพราะรู้ว่าประชาชนไม่ได้คาดหวังอะไรมากอยู่แล้ว

ประเด็นอยู่ที่พรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองอาชีพ คือทำมาหากินเลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยอาชีพนักการเมือง โดยที่มี “ระบอบประชาธิปไตย” เป็นพื้นที่ประกอบสัมมาอาชีวะ มีรัฐสภาเป็นและคณะรัฐมนตรีเป็นสถานที่ทำงาน โดยมีประชาชนเป็นผู้คัดเลือกว่าใครจะได้ทำงานในฐานะ “ผู้แทนราษฎร”

Advertisement

เพราะเป็นพรรคใหญ่เก่าแก่ จึงมีความเป็นปกติอยู่ที่ยึดมั่นใน “ระบอบประชาธิปไตย” ยอมรับใน “อำนาจประชาชน”

ต้องรักษาภาพ “เคารพในการตัดสินใจของประชาชน และเชื่อมั่นในอำนาจประชาชน” ไว้ การออกนอกลู่นอกจากถือเป็น “มิจฉาทิฐิ” เสี่ยงต่อการถูกครหาว่า “ทรยศประชาชน”

ทำให้หากจะต้องไปมีภาพ “สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ” จะเป็นความอิหลักอิเหลื่ออย่างยิ่ง ชนิดไม่มีทางชี้แจงประชาชนได้เต็มปากเต็มคำ

ดังนั้น ที่ผ่านมา “พรรคประชาธิปัตย์” ถูกบางฝ่ายทำให้เห็นว่าเป็น “แพ้เลือกตั้งแล้วไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ แต่ยอมรับการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร-เมื่อแพ้ซ้ำซากก็หาทางแก้ด้วยการนำการเมืองมาเล่นบนถนน ต่อต้าน
การเลือกตั้ง เปิดทางให้รัฐประหาร” ยิ่งไปกว่านั้นคือการถูกตอกย้ำให้ในภาพของ “รัฐบาลที่เกิดการสังหารประชาชนที่เห็นต่างครั้งใหญ่”

ภาพเช่นนี้ ในสถานการณ์ที่ปี่กลองการเมืองเริ่มโหมโรง อันส่งสัญญาณว่าเกมช่วงชิงคะแนนนิยมจากประชาชนเริ่มต้นแล้ว และอย่างที่ว่า เกมเที่ยวนี้ถูกทำให้เป็นการเลือกระหว่าง “หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็น
นายกฯ” หรือ “ไม่สนับสนุน”

“ศักดิ์ศรีของพรรคใหญ่เก่าแก่” ที่ต้องแบกไว้ จำเป็นต้องดิ้นให้หลุดจากภาพบางภาพที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “ไม่เต็มร้อยกับประชาธิปไตย”

การประกาศว่าจะเริ่มต้นด้วย “พร้อมจะให้สมาชิกเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่” จึงเป็นภาพสร้างให้เห็นความเป็นประชาธิปไตย

และน่าดูจะเป็นการกระตุ้นใครบางคนให้กระโจนเข้ามาเพื่อเสนอตัว

“อลงกรณ์ พลบุตร” เป็นหนึ่งในผู้เสนอตัวนั้น และแทบจะทันทีที่มีชื่อเข้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค น้ำลายห่าใหญ่ก็สาดเข้า

จาก อลงกรณ์ พลบุตร ที่เป็นสมาชิกมายาวนาน และเป็นตัวตั้งตัวตีขับเคลื่อนให้ปฏิรูปประชาธิปัตย์ เหมือนจะเป็นผู้รู้ปัญหาของพรรคที่ส่งผลให้พ่ายแพ้เลือกตั้งมาทุกยุคอยู่ไม่น้อย

กลับกลายเป็นถูกเพื่อนสมาชิกเรียงหน้ากันออกมาถล่มว่าเป็น “นอมินี คสช.” ถูกส่งมายึดพรรคเพื่อภารกิจนำประชาธิปัตย์สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ

เกมนี้ของ “ประชาธิปัตย์” ถือว่าเด็ดขาดมาก เพราะกลายเป็นการประกาศตัวไม่สยบยอมต่อ คสช. หวังผลในทางยืนยันว่าอยู่ข้างพรรคการเมืองฝ่ายที่มั่นคงในอุดมการณ์ประชาธิปไตย

เป็นภารกิจที่ทำให้พูดถึงประชาธิปไตยได้อย่างเต็มปากเต็มคำอีกครั้ง

สำหรับ “อลงกรณ์ พลบุตร” ดูว่าที่สุดแล้วเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกนำมาขึ้นคล้องมาลัย เพื่อ “บูชายัญ สังเวยเกม”

การ์ตอง