สถานีคิดเลขที่12 : ดูด คนละหลอด : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

16.09.18 | 13:00 น.

ข้อเสนอ

“หลอดแดงเหลือง กลมเกลียวกัน สวยงาม”

ของ นายทักษิณ ชินวัตร ผ่านภาพนายทักษิณ ยืนถือแก้วน้ำหวาน โดยมี พินทองทา คุณากรวงศ์-
แพทองธาร ชินวัตร กำลังดูดน้ำจากแก้วใบนั้น

ด้วยหลอดดูด สีแดง-เหลือง

โชว์ผ่าน ไอจี ingshin21 ของอุ๊งอิ๊ง เมื่อ 11 กันยายนและข้อเสนอ

Advertisement

ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

“…เราต้องเอาประชาธิปไตยมาให้ได้ก่อน

เอาเรื่องส่วนรวมมาก่อนเรื่องส่วนตัว

ถ้าพรรคการเมืองมาตกลงกันให้ได้ว่าใครจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ให้จับมือในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่รวมกันมาจากเสียงข้างน้อย แล้วบีบให้กลายเป็นเสียงข้างมากในสภา

ใครรวมเสียงกันได้ 250 เสียง ก็เป็นรัฐบาล หากเป็นแบบนี้ก็จะปิดประตูนายกฯคนนอก

ถ้าซีกพรรคการเมืองได้มีโอกาสคุยกัน ตกลงกัน แล้วไปบอกผู้มีอำนาจว่าเราตกลงกันแบบนี้ ทำเป็นสัญญาประชาคม แล้วให้ประชาชนตัดสิน

แบบนี้ก็จะแก้ปัญหาได้และสามารถหาทางออกจากวิกฤตได้…”

ดูจะสอดคล้องกัน

แต่ ไม่แน่ใจว่า นี่จะเป็น “แนวทางหลัก” ของพรรคเพื่อไทย ที่จะชูขึ้นในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหรือไม่

เพราะต้องถือว่า ยาก ถึงยากมาก

ในการเรียกร้องความสามัคคี จากขั้วสีเหลือง-แดง และจากพรรคการเมืองทั้งหลาย เพื่อร่วม “ต้าน” ฝ่ายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ก็เดินแนวทาง สามัคคีมวลชน อยู่เช่นกัน

สะท้อนผ่าน การเคลื่อนไหว ของกลุ่มสามมิตร ที่ต่อเนื่องไปถึงกลุ่มพลังประชารัฐ (พปชร.)

สะท้อนผ่าน การเคลื่อนไหว ของกลุ่มรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่ล้วนแต่มีเป้าหมายที่จะเกื้อหนุนการสืบอำนาจของ คสช.ต่อไป

ที่น่าสนใจและน่าสังเกต ก็คือวิธีการสามัคคีมวลชน ดำเนินไปในทุกวิถีทาง

ทั้งเชิญชวนด้วยไมตรี ทั้งการ “ดูด” (ที่ใช้พลัง จากนานาวิธี) และทั้งการหักชิงแข่งขัน

แน่นอน ที่กำลังได้รับความสนใจ นั่นก็คือ กระแสข่าวที่กลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ กำลังเข้าไปช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แม้นายสุเทพจะออกมาบอกว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

แต่ตัวละครที่ถูกกล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็น นายถาวร เสนเนียม หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กลับชัดเจนที่จะเดินหน้า

ทำให้ กระแส การช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระอุ

และคงจะเข้มข้นขึ้น หากยังมีคนเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สำเร็จ และคนมาใหม่อยู่ในสังกัด กปปส.

โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะโน้มเอียงมาเป็น “กองหนุนใหญ่” ให้ คสช. ก็มีมากขึ้น

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่เสียหลายที่จะลองหักชิงดู

ภาวะที่ต่างฝ่ายต่างต้องหาแนวร่วมเป็นของตนเอง เช่นนี้

ทำให้ข้อเสนอ แบบ “หลอดแดงเหลือง กลมเกลียวกัน สวยงาม” ไม่น่าจะเป็นจริง หรือได้รับการตอบสนอง

ตรงกันข้าม หลังการคลายล็อก เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

ความขัดแย้งที่ถูกกดทับไว้ ก็อาจฟุ้งกระจายกลับขึ้นมาให้เห็นอีก

เพราะว่ากันที่จริง หลายคนก็ไม่เชื่อว่า หลังการรัฐประหารได้ทำให้ความขัดแย้งในประเทศไทยลดน้อยลง

ภาพดูดน้ำจ๊วบๆ ด้วยหลอดเหลือง-แดง โดยนักแสดงกิตติมศักดิ์ จากบ้าน “ชินวัตร”

จึงอาจแค่เรียกรอยยิ้ม จากฝ่ายสนับสนุน

และเรียกความหงุดหงิดจากฝ่ายตรงข้าม ที่เจอมุขแหย่ไม่หยุดหย่อนก็เท่านั้น

เอาเข้าจริงต่างฝ่ายต่างลุยมากกว่า

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร