เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการสถาปนาอำนาจองค์กรอิสระเพื่อปราบทุจริต จนอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ ว่า ถ้าคนไม่เสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายจะมีองค์กรอิสระขององค์กรอิสระก็ไม่แก้ปัญหา การมีองค์กรอิสระคืออาการของโรคที่บอกว่าคุณไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ด้วยกระบวนการยุติธรรมปกติ เช่น ปัญหาคอร์รัปชั่น ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์แก้ปัญหาทุจริตไม่ได้ จึงต้องตั้งองค์กรใหม่เพื่อตรวจสอบทุจริตโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าจะจัดวางองค์กรอิสระไว้อย่างไร ซึ่งขณะนี้พรรคเรายังไม่คิดเรื่องนี้อย่างตกผลึก สิ่งที่จะเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้ คือ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งทุกคนต้องการของถูก และความโปร่งใส แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงคุณภาพด้วย
นายธนาธร กล่าวว่า เมื่อพ.ร.บ.นี้บังคับใช้เต็มที่ ตนมองเห็นปัญหาอันตราย 2 อย่าง คือ 1.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะไม่มีประสิทธิภาพ ช้า หรือไม่ทำ เพราะเมื่อคุณสร้างแรงจูงใจให้คนที่มีอำนาจติดคุก มีใครอยากจะสั่งซื้อของหรือไม่ และถ้าภาครัฐไม่สั่งซื้อของประเทศก็ไม่เจริญ 2.พ.ร.บ.ฉบับนี้จะยกประเทศไทยให้จีน เรือดำน้ำจีน ผลิตทุเรียนให้จีน รถไฟก็รถไฟจีน เพราะพูดอย่างเดียวคือถูกที่สุด จึงไม่กล้าซื้อหรือตัดสินใจของที่แพงและมีคุณภาพ เช่นการซื้อเครื่องมือในโรงพยาบาลรัฐที่นำเอาของจีนมาให้บริการสาธารณะ นี่คือสิ่งที่ตนเป็นกังวลเช่นเดียวกับการจัดซื้ออาวุธ และเป็นการกำจัดการทุจริตที่ผิดฝาผิดตัวมากและจะมีปัญหาหลายๆอย่างตามมา
ด้าน นายไกลก้อง ไวทยาการ ว่าที่นายทะเบียนสมาชิกพรรค กล่าวว่า เราเชื่อว่าไม่ใช่แค่ต้องเฟ้นหาคนดีมีศีลธรรมมาบริหารประเทศแล้วจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ แต่เราเชื่อในระบบ ระบบที่ดีจะลดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ซึ่งพื้นฐานของระบบที่ดีคือการเปิดเผยข้อมูลโดยเฉพาะงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญากับภาครัฐซึ่งในปัจจุบันการทำสัญญายังไม่มีการเปิดเผยเพราะติดข้อจำกัดที่ว่าเป็นเรื่องความลับทางการค้า ทั้งที่รายละเอียดของการทำสัญญากับภาครัฐคือการใช้เงินภาษีของประชาชน ดังนั้นเราจึงเห็นว่าควรเปิดเผยตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่การทำสัญญา การจ่ายเงิน จุดสำคัญของการคอร์รัปชั่นคือการเห็นประโยชน์ของพวกพ้องมากกว่าหลักการ นั่นคือความสัมพันธ์ของบุคคลต่อบุคคล ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในขั้นตอนทางราชการ เช่น E-Government จะช่วยลดขั้นตอนความสัมพันธ์ของบุคคลไม่ให้มีใครมาคุมได้
นายไกลก้อง กล่าวว่า หลายคนในหน่วยงานราชการได้พบเห็นการคอร์รัปชั่น แต่ไม่มีอะไรคุ้มครองพวกเขาเลยเมื่อต้องการจะเปิดเผยข้อมูล ขณะที่ในหลายประเทศมีเรื่อง การคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูลทุจริตคอร์รัปชั่น มีช่องทางที่ปลอดภัยและแจ้งข้อมูลเป็นนิรนาม รวมถึงมีขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนที่ถูกต้องรวดเร็ว และมีการเปิดเผยความคืบหน้าด้วยสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุดของเรื่องนี้คือ การเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หลายครั้งสื่อมวลชนอยากเปิดโปงการทุจริตแต่ติดขัดข้อกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯที่เล่นงานทุกคนได้ ดังนั้นการใช้ข้อกฎหมายที่มาสกัดกั้นเรื่องเสรีภาพต้องได้รับการแก้ไข
“จะพิสูจน์ได้ว่าการคอร์รัปชั่นลดลง ต้องดูจากดัชนีคอร์รัปชั่น เช่น ประเทศอินโดนีเซียเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังรั้งท้ายของโลก อยู่อันดับที่ 140 แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้อันดับที่ดีกว่าเรา ดังนั้น จะเห็นว่าประเทศที่รั้งท้าย เมื่อมีการเลือกตั้งมีประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ดัชนีการคอร์รัปชั่นเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เราล้มลุกคลุกคลานอยู่กับระบบเผด็จการการยึดอำนาจ การคอร์รัปชั่นเราจึงอยู่ในระนาบเดียวกันมาโดยตลอด ไม่มีดีขึ้นหรือแย่ลง” นายไกลก้อง กล่าว
ส่วน พล.ท.พงศกร รอดชมภู ว่าที่รองหัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า เราอยู่ในระบบเผด็จการมานาน ที่ไหนมีอำนาจเบ็ดเสร็จก็มีการฉ้อฉลเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว วิธีการที่จะทำให้การผูกขาดอำนาจลดลง หรือการใช้อำนาจสั่งอะไรก็ตามหายไป ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม สื่อมวลชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกเรื่อง ต้องรู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ เปิดเผยข้อมูล และบุคคลที่มารับงานจะต้องมีความซื่อสัตย์มาอย่างยาวนาน เป็นแนวทางที่จะทำให้การคอร์รัปชั่นลดลง ลดการผูกขาดอำนาจ ประชาชนมีอำนาจเต็ม ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

