เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และแกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติ
กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจัดให้มีกระบวนการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อหาหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น แม้กระบวนการดังกล่าวจะไม่ไปไกลถึงขั้นให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคใด้โดยตรง ยังเป็นเพียงระเบียบภายในพรรคไม่ใช่ส่วนหนึ่งในข้อบังคับพรรคเฉกเช่นกรณีของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ก็ตาม
แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญต่อ ปชป.และบรรดาพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคเก่าแก่และพรรคใหญ่ๆ ให้หันมาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและกระบวนการประชาธิปไตยในพรรคมากขึ้น เราต้องยอมรับว่าการเมืองที่ล้มเหลวที่ผ่านมานั้น เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์และยึดโยงกับผลประโยชน์ ของประชาชนได้อย่างแท้จริง
หลายพรรคพยายามโฆษณาชวนเชื่อว่าพรรคตัวเองยึดโยงกับประชาชน แต่ก็มักจะยึดโยงเฉพาะตอนหาเสียงเลือกตั้ง แต่พอมีอำนาจก็ไปยึดโยงกับนายทุนเจ้าของพรรคลืมประชาชนไปเลย
ผมสนับสนุนและเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ ปชป.พยายามปรับตัวต่างกับบางพรรคที่ยังมีเจ้าของคนเดียวยังไม่มีความพยายามจะปฏิรูปพรรค และขยันพูดเรื่องประชาธิปไตย แต่โครงสร้างในพรรคยังเป็นเผด็จการหรือเจ้าของคนเดียว
สำหรับพรรคการเมืองต้องยอมรับว่ามีส่วนสำคัญในการคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง การตั้งต้นปฏิรูปพรรคแข่งกันทำให้พรรคมีโครงสร้างมีกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงจัง จะเป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปประเทศด้วย
นอกจากนี้ การคลายล็อกของ คสช. ถือเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคการเมืองจะใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปพรรคของแต่ละพรรคอย่างจริงจังก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศการหาเสียงกับประชาชนในโอกาสต่อไป

