ภาวะ “อนิจจัง” กรณี วัฒนา เมืองสุข ควบคุม ลำบาก

22.04.16 | 13:00 น.

กรณีการจับกุมและควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข กำลังกลายเป็นสถานการณ์อันดำเนินไปอย่าง “ลื่นไหล” ยากแก่การควบคุม

แม้จะมีประกาศ คสช.ฉบับที่ 39/2557

แม้จะมีมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวกระทั่งสามารถออกเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 13/2559 อยู่ในมือ

แต่ถามจริงๆ ว่า ทุกอย่างสามารถ “ควบคุม” ได้หรือ

หากควบคุมได้ ทำไมจึงมีหนังสือประท้วงจากองค์การนิรโทษกรรมสากล (AI) ออกปฏิบัติการด่วนถึงสมาชิกทั่วโลกให้ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย

Advertisement

หากควบคุมได้ ทำไมจึงมีหนังสือประท้วงจาก “ฮิวแมน ไรต์สวอตช์”

หากควบคุมได้ ทำไมถึงมี “แถลงการณ์ร่วม” อันมาจาก 1 สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน 2 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 3 มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน 4 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม 5 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 6 สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน

หากควบคุมได้ทำไมถึงมีการประท้วงโดย “กลุ่มพลเมืองโต้กลับ” ตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 ต่อเนื่องมายังค่ำวันที่ 20 เมษายน ภายใต้คำขวัญ “ฟรีวัฒนา”

หากควบคุมได้ ทำไม นายวัฒนา เมืองสุข จึงประกาศ “ไม่กินข้าว”

 

ขอให้ คสช. ขอให้รัฐบาล ตั้งสติให้มั่น และยึดกุมหลักแห่งอิทัปปัจจยตา หรือปฏิจจสมุปบาท ว่าด้วยการเชื่อมโยงระหว่างเหตุ ปัจจัย ให้ดี

อย่างน้อย ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี ก็เจนจบเรื่องนี้

เจนจบในกฎแห่งความเป็นจริงของธรรมะ ธรรมชาติ ที่ว่า เพราะมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น

อย่าว่าแต่กรณีของ นายวัฒนา เมืองสุข เลย แม้กระทั่งกรณีของร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฉบับของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไม่ว่าจะเป็นฉบับของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็ยากอย่างยิ่งที่จะรอดพ้นไปจากกฎแห่งความสัมพันธ์และเชื่อมโยง

เหมือนกับมี “ไอ้โม่ง” คอย “ชักใย” อย่างที่ คสช.สรุปในเบื้องต้น

ถามว่าที่รัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกคว่ำโดยมติของที่ประชุม สปช.เมื่อเดือนกันยายน 2558 เป็นไอ้โม่งใดเล่าที่ชักใย

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รู้ นายวันชัย สอนศิริ รู้

ชะตากรรมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นี้ก็เช่นเดียวกัน นับแต่ประกาศออกมาเบื้องต้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม กระทั่งผ่านการปรับแต่งกลายเป็นฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 29 มีนาคม สามารถดำรงอยู่ในลักษณะอัน “สถิต” หรือ

กรณีของร่างรัฐธรรมนูญดำเนินมาเช่นนี้ ดำรงอยู่ภายใต้กฎแห่งอนิจจัง ไม่เที่ยงเช่นนี้

แล้วกรณีการจับกุมและควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข ก็ดำเนินมาเช่นนี้และดำรงอยู่เช่นนี้เหมือนกัน

จึงแทนที่จะมองออกสู่ “ภายนอก” มองออกสู่ “คนอื่น” และปัจจัยอันเป็น “อื่น” ไม่ลองพิจารณาปัญหาอย่างตระหนักในลักษณะรูปธรรมที่ดำรงอยู่ของมันดีกว่าหรือ

1 ถามว่าการจับกุมและควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข อยู่ในสถานการณ์อะไร

คำตอบอันรับรู้กันโดยทั่วไปก็คือ อยู่ในสถานการณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ในสถานการณ์การนำร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่การทำ “ประชามติ”

1 ถามว่าเนื้อแท้ของ นายวัฒนา เมืองสุข แสดงออกอย่างไร

ไม่ว่าจะมีการโยงไปยังข้อกล่าวหา นายวัฒนา เมืองสุข ในกาลอดีตตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างไร แต่ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับร่วมกันก็คือ นายวัฒนา เมืองสุข แสดงออกต่อการไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ

ถามว่า นายวัฒนา เมืองสุข มีสิทธิอย่างที่เรียกว่า “อัตวินิจฉัย” หรือไม่

ไม่ว่าเป้าหมายอย่างแท้จริงของ คสช.และของรัฐบาลในการจับกุมและควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข จะเพื่ออะไร

1 จัดการกับ นายวัฒนา เมืองสุข โดยเฉพาะ 1 เชือดไก่ให้ลิงดู

นั่นก็คือ ต้องการใช้ “ไม้แข็ง” โดยอาศัยกรณี นายวัฒนา เมืองสุข เป็นเครื่องมือ เพื่อนำไปสู่การสยบกระแส “ไม่ยอมรับ” ต่อร่างรัฐธรรมนูญ

มาถึง ณ วันนี้ ก็น่าจะประเมินได้ว่า ผลเป็นอย่างไร

แม้ว่ากรณีของ นายวัฒนา เมืองสุข จะอยู่ภายใต้ “มาตรการทางการทหาร” แต่ก็ไม่ควรมองข้าม “การเมือง”

มาตรการทางการทหารโดยอยู่บนฐานการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในทางวัตถุวิสัย สามารถแก้ไขได้หากย้อนกลับไปยัง “มาตรการทางการเมือง” ที่ผ่อนปรน ประนีประนอม

ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือ การเมืองอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ “ประชาธิปไตย”