เดินหน้าชน : กลัวผิดหวัง

20.09.18 | 17:58 น.

“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” สัญญาเริ่มจะเป็นจริงหลังผ่านมากว่า 4 ปี

คสช.กำลังจะส่งคืน “ประชาธิปไตย” ที่ผ่านศัลยกรรมให้เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ
หรือเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปรียบเปรยว่า เป็นการเลือกตั้งภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช.

โดยขณะนี้ 2 กฎหมายลูกฉบับสุดท้าย คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

ซึ่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.มีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ต้องรออีก 90 วัน จึงจะมีผลบังคับใช้ โดยจะครบ 90 วัน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2561

ทำให้มีความหวังว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นจริง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเลือกตั้งวันไหน
ที่พูดๆ กันคือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปอีกหรือไม่
จะชัดเจนก็ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง

Advertisement

แม้ คสช.จะคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ แต่ยังมีข้อห้ามต่างๆ ที่นักการเมืองพากันส่ายหัว
ประเด็นหลักคือ การห้ามหาเสียง และการใช้สื่อสังคมออนไลน์หาเสียง ที่วิจารณ์กันว่าเป็นการสวนกระแสโลก และสวนทางกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล

จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้ว่า คำสั่งที่ออกมายังเป็นการล่ามโซ่พรรคการเมือง ปิดหูปิดตาประชาชน และยังเอื้อให้กับพรรคใหม่บางพรรคที่สนับสนุน คสช.

ทั้งยังมองว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับ คสช.และรัฐบาลที่ต้องการจะเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

เช่นเดียวกับ สดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. ก็มองว่า คำสั่ง คสช.ที่ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต แล้วให้ใช้คณะกรรมการสรรหา 11 คนแทน เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคใหม่เช่นกัน เพราะพรรคใหม่จะทำไพรมารีโหวตไม่ทัน ไม่สามารถหาสมาชิกพรรคได้ทัน

ที่นักการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อก โดยปรับแก้หรือโละทิ้งประกาศและคำสั่ง คสช.ที่เป็นข้อห้ามต่างๆ ทั้งหมดนั้น จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ คสช.จะยอม

ในช่วงนี้ นักการเมืองและพรรคการเมือง จึงยังไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรมได้ตามใจนึก
กฎกติกาที่ต่างๆ ที่ออกมานั้น แม้ คสช.และรัฐบาล จะยืนยันว่าเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน แต่ก็มีเสียงโอดครวญจากพรรคการเมืองว่าเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะพรรคเก่าขยับไม่ได้

ต่างกับพรรคใหม่ที่ กกต.ยังไม่จดทะเบียนให้เป็นพรรค และกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวเหมือนได้ไฟเขียว
“กลุ่มสามมิตร” ที่ประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหาหนักเรื่องเดินสายดูดอดีต ส.ส. ก็ปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ เป็นการเดินสายรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน

พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค และประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถูกวิจารณ์เช่นกัน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวคิดจัดอบรมข้าราชการ ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อให้มีการสร้างความรับรู้ สร้างความเข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาล โดยใช้เวลาช่วง 90 วัน ก่อนการเลือกตั้งนั้น นักการเมืองก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีเรื่องการเมืองแอบแฝง

ปัญหาของการไม่ปลดล็อก หรือการอบรมสร้างความรับรู้ จึงอาจจะเป็นความกลัวของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นกลัวความไม่สงบเรียบร้อย หรืออาจจะกลัวความผิดหวังในการเลือกตั้ง