‘กกต.’เตรียมคลอดคำเตือน เรื่องสุ่มเสี่ยงถูกฟ้อง-แนะคนอย่าไปทำ ระหว่างประชามติ

22.04.16 | 15:20 น.

“กกต.”เตรียมคลอดแนวทางปฏิบัติระหว่างประชามติ “อะไรทำได้ทำไม่ได้” พร้อมเตือนเรื่องสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เชื่อหากพ.ร.บ.ประชามติมีผลบังคับใช้แล้ว ช่วยปชช.เกิดความสบายใจ เหตุมีการระบุเนื้อหาให้สามารถแสดงความเห็นบนพื้นฐานของข้อกฎหมายได้

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายประวิช รัตนเพียร กรรมการกกต.เปิดเผยว่า ถ้าพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้แล้วทางกกต.อาจจะมีแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนได้เห็นง่ายๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก อะไรที่ทำได้และควรทำ เช่น การออกไปใช้สิทธิออกเสียง การไปตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง เป็นต้น ส่วนที่ 2 คือ อะไรที่ทำไม่ได้เลยตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การขัดขวางการไปออกเสียงประชามติของผู้อื่น การใช้บัตรออกเสียงที่ไม่ถูกต้อง หรือการขนคนไปลงคะแนน ไปจ้างวาน ไปหลอกลวง ข่มขู่ ก้าวร้าว เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้ชัดเจน และส่วนที่ 3 คือ เรื่องที่สุ่มเสี่ยง ซึ่งจะเป็นช่วงสีเทา แม้ในกฎหมายจะไม่ได้มีบอกว่าผิด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ เช่น การทำอะไรที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ เป็นการรณรงค์ ก็จะไม่แนะนำให้ก้าวไปในส่วนนั้น เพราะหากโดนร้องเรียนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามว่า การที่ไม่มีการรณรงค์จะเป็นการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำประชามติหรือไม่ นายประวิช กล่าวว่า ถ้า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้ จะทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น เพราะจะมีอยู่มาตราหนึ่งที่เขียนรองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็น บนข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นหมายถึงความเห็นส่วนตัวสามารถแสดงออกได้ว่าคิดเห็นอย่างไรต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยที่ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือปลุกระดมข่มขู่ ไม่ไปชี้ชวน ไม่ต้องไปรณรงค์กับใคร ขอให้อยู่บนพื้นฐานเหล่านี้ จะมีกฎหมายรองรับสิทธิเสรีภาพตรงนี้อยู่แน่นอน แม้ในสภาวการณ์ตอนนี้ที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน หากเรายึดหลักนี้ร่วมกัน ตามที่กฎหมายมีมาตราที่บัญญัติรองรับสิทธิเสรีภาพตรงนี้อยู่ หากเรายืนอยู่บนหลักการนี้คิดว่าเราสามารถเดินหน้าประชามติได้