“เพื่อไทย” ที่ประชุมกก.บห.พรรค เคาะ ตั้ง 4 สาขาพรรคที่ “เชียงใหม่-อุดรฯ-สมุทรปราการ-นครศรีฯ” พร้อมเตรียมเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ 25-26 ก.ย.นี้ เมิน “สามมิตร”
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการพรรคชุดรักษาการ เพื่อยกร่างข้อบังคับการประชุม
โดยนายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนที่ประชุมเราได้พูดคุยกัน เป็นการยืนยันความชัดเจนว่า พรรคพท.วันนี้เรายังมีชีวิตอยู่ และเราจะยังมีชีวิตต่อไปเพื่อดำเนินภารกิจของเราที่ดำเนินการมาแล้ว เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียง และสามารถที่จะเอาสิ่งต่างๆที่เป็นหัวใจของพรรคพท. ไปสู่พี่น้องประชาชน คือการเดินการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ มีเรื่องที่ต้องถกเถียง พูดคุยกับกกต.ในวันที่ 28 กันยายนนี้ เพราะมีความไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง เราคิดว่า ประเทศต้องการกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด แล้วการเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดคือการทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ระบบปกติ มีการดำเนินการทั้งหมดได้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ไม่ว่าจะ ครม.สัญจร หรือการไปดำเนินงานต่างๆก็ดี ถือเป็นการกระทำที่มีโอกาสเข้าหาพี่น้องประชาชนในการดำเนินการ ซึ่งหากปกติเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยการกระทำแบบนี้คงไม่เหมาะไม่ควรเท่าไหร่ ดังนั้น ในเมื่อวันนี้ท่านไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่เป็นกรรมการตัดสิน ท่านกำลังเป็นผู้เข้าร่วมในการดำเนินการทางการเมืองในอนาคต ท่านควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรค ทุกฝ่าย สามารถดำเนินบทบาทได้เช่นกัน ซึ่งการที่ทุกพรรคจะดำเนินการต่างๆต่อจากนี้ ไม่ใช่เพื่อไปทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ความเข้าใจในทางการเมืองของท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนจากปกติไป การเมืองเป็นเรื่องของสถาบันการเมือง และพรรคการเมืองควรจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เกิดความชัดเจนว่า ในสภาวะที่เรารู้สึกว่าบ้านเมืองของเรามีปัญหา ยังไม่ปกติ เราจะร่วมมือกันกับสถาบันทางการเมือง และพรรคการเมืองจพนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤต แล้วเดินไปสู่ชีวิตที่ทุกฝ่ายปรารถนาได้อย่างไร หากท่านไม่เข้าใจแบบนี้ ตนคิดว่า เราน่าจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยน และทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นท่านจะถูกมองได้ว่า สิ่งที่ท่านดำเนินการอยู่ขณะนี้ท่านกำลังสร้าง และชิงความได้เปรียบจากพรรคการเมืองทุกพรรค ทุกฝ่าย และจะเป็นปัญหาในอนาคต
นายภูมิธรรม กล่าวว่า อีกประเด็นที่พรรคได้คุยกันคือ การเตรียมการทั้งหมดเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เพราะกฎหมายใหม่ที่ออกมาครั้งนี้มี 2 เรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการคือ 1.ต้องปรับปรุงแก้ไขข้อแบังคับพรรคให้เกิดความชัดเจนตามข้อกฎหมายใหม่ และ 2.ต้องเลือกกรรมการบริหาร และหัวหน้าพรรคใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ สำหรับพรรคพท. เราพร้อม โดยกรรมการพรรคเห็นว่า วันพุธ ที่ 3 ตุลาคมนี้ เราจะเรียกประชุมใหญ่เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อบังคับพรรค
อย่างไรก็ตาม เราได้รวบรวมความเห็นจากสมาชิก และกรรมการพรรคเพื่อยกร่างข้อบังคับพรรคขึ้นมา ซึ่งเวลา 17.00 น. วันนี้ (21 กันยายน) เราจะนำขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของพรรค ซึ่งในข้อบังคับพรรคนี้จะมีสาระสำคัญอยู่ 3-4 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วยอุดมการณ์ของพรรค คำประกาศเจตนารมย์ คำประกาศอุดมการณ์ และนโยบายของพรรคที่เป็นกรอบกว้างในการที่จะใช้กำหนดแนวทางการหาเสียงในอนาคต รวมไปถึงการกำหนดโครงสร้างและการบริหารจัดการของพรรคใหม่ จากนั้น วันที่ 26 กันยายนนี้ เราจะเชิญนักการเมือง อดีตส.ส. และอดีตรัฐมนตรีของพรรคทั้งหมดมาร่วมกันหารือ เอาข้อบังคับมาดูกันอย่างละเอียด ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่วันที่ 3 ตุลาคม เพื่อรับรองข้อบังคับ และวันที่ 25-26 กันยายนเป็นต้นไป ก็จะเปิดทำการรับสมัครสมาชิกใหม่ทันที
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งสาขาพรรค 4 แห่ง คือ สาขาพรรคประจำภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสานที่จังหวัดอุดรธานี ภาคกลางที่สมุทรปราการ และภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช เพราะสาขาพรรคเดิมจะหมดสภาพไปอยู่แล้ว ส่วนกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคเราจะเลือกทันทีโดยกำหนดไว้คร่าวๆในวันที่ 28 ตุลาคม หรือหากดำเนินการทุกอย่างตามข้อกฎหมายที่จำเป็นต้องทำทั้งหมด แล้วมีความพร้อม เราอาจจะประชุมก่อนวันที่ 28 ตุลาคมก็เป็นไปได้ โดยสิ้นเดือนตุลาคมเราต้องทำให้เสร็จภารกิจทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายองค์ประชุมในการประชุมใหญ่พรรคต้องมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าครึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้เรามีเหลืออยู่ 15 ท่าน และตัวแทนสมาชิกพรรคจากทุกภาคจำนวน 250 ท่าน ก็จะมีทั้งอดีตรัฐมนตรี และอดีตส.ส. และสมาชิกพรรคจากทุกภาค ทั้งนี้ เราในฐานะคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมเรามีความภาคภูมิใจในเกียรติยศ และสิ่งที่เราได้ดำเนินการ และมั้นใจว่าสิ่งที่เราได้ทำมาตลอดช่วงที่ผ่านมา เราได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เราได้ทำให้พรรคสามารถดำเนินการอยู่รอด และผ่านมรสุมต่างๆมากมาย เราได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ เราจะทำงานต่อเนื่องจนกว่าเราจะสามารถส่งมอบภารกิจสำคัญของเราไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
เมื่อถามว่า บุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค นายภูมิธรรม กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะมี 21 คน ใครที่เป็นสมาชิกพรรคก็สามารถเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคได้ สำหรับคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องเป็นคนที่สมาชิกให้การยอมรับ มีวิสัยทัศน์ และมองโลกที่ปลี่ยนแปลงไปได้ทันเหตุการณ์ ซึ่งพรรคมีบุคลากรที่มีศักยภาพ อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายโภคิน พลกุล นายชัยเกษม นิติสิริ นายชูศักดิ์ ศิรินิล หรือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ต่างก็เป็นคนที่มีความเหมาะสมทั้งสิ้น ขณะที่พรรคพท.อยู่ได้ด้วยคณะผู้นำซึ่งมีศักยภาพ ทั้งนี้คนที่จะมาเป็นผู้นำพรรคสำคัญจะต้องเป็นคนที่ทำหน้าที่ในสถานการณ์ที่พิเศษได้ ส่วนที่มีการเสนอชื่อผู้นำพรรคหลายคน ในช่วงที่ผ่านมานั้น เราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของการขาดความเป็นเอกภาพ แต่ตนมองว่าเป็นความงดงามมากกว่า เราไม่ได้มองความหลากหลายของบุคลากรเป้นจุดอ่อนของพรรค แต่มันคือจุดแข็งของพรรค
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าว่าจะได้จำนวนส.ส. จำนวนเท่าไหร่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคพท.จะได้จำนวน ส.ส. อันดับหนึ่ง เราจะร่วมมือกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ทำให้สามารถที่จะนำนำสังคมไทยพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ได้ ขณะนี้ทิศทางการเมืองและทิศทางการเมืองเลือกมีอยู่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายปกครองประเทศอยู่ปัจจุบัน ซึ่งมีสภาพการเมืองและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิม หรือจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ฉะนั้นฝ่ายประชาธิปไตยของเราเชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นที่ฟรีและแฟร์ ฝ่ายประชาธิปไตยจะมีส่วนได้รับการสนับจากประชาชนมากที่สุด แต่ว่าทุกอย่างยังมีปัจจัยเงื่อนไขที่เป็นเรื่องที่เราต้องกังวลอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกตั้งครั้งใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีการเปิด เช่น ตนได้ฟังนายวิษณุ กล่าวด้วยความฉุนเฉียวเหมือนพรรคการเมืองไม่เข้าใจช่วงเวลาของการหาเสียง ซึ่งตนอยากบอกว่าเราเข้าใจ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองในสภาวะปกติก็ดำเนินการทางการเมืองได้ตลอด สื่อสารกับประชาชนได้ตลอด ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ในเวลา 18.00 น. ทุกอย่างยุติหมดเท่าเที่ยมกัน เรากำลังพูดถึงชีวิตปกติที่อยากให้การเมืองเดินหน้าไปได้ เพราะการเมืองในความหมายของเราคือพรรคการเมืองทำหน้าที่ประสานงานกับประชาชน เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน แล้วตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์เขาได้มากที่สุด แต่จากที่นายวิษณุพูดเพราะเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยลงการเลือกตั้ง เป็นนักการเมืองที่มาจากวิธีพิเศษที่สุดจึงไม่เข้าใจ ฉะนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เราจะได้สื่อสารชี้แจงในวันที่ประชุมกกต. ให้ชัดเจนขึ้น
เมื่อถามถึง กรณีกลุ่ม 3 มิตร มีการดูดส.ส. ภาคเหนือ พรรคพท. กล่าวว่า ตนไม่ได้ให้ความสนใจกลุ่ม 3 มิตร ที่ผ่านมาก็มีแต่พูด อ่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของบุคคากรเกิดขึ้นได้ อยู่ที่การตัดสินใจของบุคคลนั้น หากท่านติดสินใจไปโดยยึดประโยชน์ของตนเองมากกว่า ประชาชนก็จะเป็นฝ่ายตัดสินท่านเอง
เมื่อถามว่า ความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายทักษิณ เป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อโลก ต่อประเทศมากมาย ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้กังวลใจ เราก็ทำหน้าที่ของเราไป
เมื่อถามถึงจำนวนเขตเลือกตั้งที่ลดลง จาก 375 คน เหลือ 350 คน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อมีการลดจำนวนเขตลง พรรคเพื่อไทยได้รับผลกระทบมากสุด แต่เมื่อกฎหมายเป็นเช่นนี้เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องเดินหน้าเลือกตั้งไปตามบริบท อย่างไรก็ตามการแบ่งเขตใหม่จะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมือง ดังนั้น เราได้มอบหมายให้ผู้สมัครในแต่ละจังหวัดไปรอดูว่า กกต. จังหวัด มีการแบ่งเขตอย่างไร ซึ่งเราเห็นว่าในเขตใดที่ส.ส. ,มีจำนวนเท่าเดิมไม่ควรแบ่งเขตใหม่ ขอให้ยึดการแบ่งเขตเดิม ควรจะแบ่งเขตใหม่ในพื้นที่มีจำนวนลดลงหรือเพิ่มขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ให้สมาชิกจับตาว่ามีการแบ่งเขตแบบกระโดดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่ามีการต่อรองแบ่งเขตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง และหากกกต.จังหวัดแบ่งเขตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ก็ขอให้สมาชกร้องคัดค้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

