สถานีคิดเลขที่12 : ปรับภูมิทัศน์ประชาธิปัตย์ : โดย จำลอง ดอกปิก

22.09.18 | 13:00 น.

เทียบพรรคต่อพรรค ในสารบบปัจจุบันที่ถูกจัดชั้นว่าเป็นพรรคเก่า

ประชาธิปัตย์มิได้ด้อยกว่าพรรคใด ตรงกันข้ามกลับอยู่ในสถานะดีกว่าด้วยซ้ำ

การเป็นสถาบันเก่าแก่ หัวหน้าหนุ่มแน่น เมื่อเทียบกับพรรคหลัก เพื่อไทย ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา

การดำเนินการทางการเมืองก็ไม่มีอุปสรรคใหญ่ขวางกั้น ถูกกาหัว โจทย์ง่ายกว่าเพื่อไทยหลายเท่า และเหนือกว่าภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนาในกลุ่มพรรคเก่าหลายขุม

หรือหากมองรวมทั้งหมด พรรคเก่า-ใหม่เพิ่งตั้ง ประชาธิปัตย์ก็ยังได้เปรียบ

Advertisement

จากการมีฐานเสียงมาก ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

แต่ประชาธิปัตย์ก็มีปัญหา ข้อจำกัดในตัว

อาจไม่เล็กกว่านี้ แต่เติบใหญ่ ขยายฐานออกไปให้กว้างขวางกว่านี้ กระทั่งชนะเลือกตั้งทั่วไปยังไม่อาจทำได้

แต่ก็ไม่เลวร้าย ย่ำแย่

พรรคอื่นมากกว่าระส่ำระสายได้รับผลกระทบโดยตรงจากการรัฐประหาร ถูกบ่อนเซาะย่อยสลาย ไปจนถึงระดับอ่อนกว่านั้น ถูกดูดดึง ส.ส.ไปร่วมค่าย

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ประชาธิปัตย์จัดได้ว่าอยู่ในชัยภูมิที่ดี จุดสูงข่มในสนามเลือกตั้ง

โอกาสพลิกกลับมาชนะ ใช่ว่าไม่มี

เนื่องจากเป็นพรรคทางเลือกเบอร์ต้น ของฝ่ายปฏิเสธเพื่อไทย หวั่นวิตก เกิดการเผชิญหน้าซ้ำสอง เกิดเป็นวงจรนำพาบ้านเมืองติดล็อก วนกลับรัฐประหาร ครั้นจะเทเสียงให้พลังประชารัฐ พรรคสายตรงขั้วอำนาจก็เกรงปัญหาอีกแบบ

โอกาสในทางการเมืองเปิดกว้าง เอื้ออำนวยต่อประชาธิปัตย์อย่างยิ่ง

และถึงไม่ชนะเลือกตั้ง ก็ยังอยู่ในสมการการเมือง

เป็นพรรคตัวแปร ที่มีความหมายอย่างมาก

ตัดสินใจเทเสียงให้กับขั้วใด ฝ่ายนั้น มีเปอร์เซ็นต์สูงมากในการครองเสียงข้างมากในรัฐสภา สามารถลอกตัว-วางคนเป็นนายกฯตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

ประชาธิปัตย์จึงมีราคาค่างวด มีน้ำมีนวลเป็นพิเศษ

ทั้งนี้หากยึดตัวเลขปี 2554 มาวางเป็นฐานสวมทับปัจจุบัน เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง 265 เสียง ประชาธิปัตย์ 159 เก้าอี้ สองพรรคนี้รวมกัน 424 เสียง

เกินกึ่งหนึ่ง ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาตามกติกาปัจจุบัน ที่ออกแบบให้ ส.ว.ลากตั้ง 250 คน โหวตเลือกนายกฯ ร่วมกับ 500 ส.ส.ได้ด้วย

แต่นั่นเป็นจำนวนในอดีต เลือกตั้ง 24 กุมภาฯ 62 ผลเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

แต่หากคำนวณจากการตั้งเป้าขั้นต่ำ ของแกนนำตัวจริงพลังประชารัฐ ที่เล็ง ส.ส. 100 คน ไปจนถึงเพดานขั้นสูงทะลุ 126 ที่นั่ง ซึ่งเมื่อรวมกับ 250 ส.ว. จะเป็นเสียงข้างมาก 376 เสียงทันที

แต่การที่พรรคพันธมิตร-เครือข่ายถูกประเมินไว้ไม่เกิน 100 เก้าอี้

ส่งผลให้รัฐบาลใหม่ไปต่อยาก

เพราะ 476 เสียงดูเหมือนมาก แต่เมื่อหัก 250 ส.ว.ออก จะเหลือเสียงในสภาล่างแค่ 226 เสียง

กลายเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร แค่เป่าก็ร่วง โดนตีตก พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี ยื่นญัตติฟอกเมื่อใดก็พังครืนไม่เป็นท่า

จำเป็นต้องเสริมฐานสภาล่างให้มั่นคงแน่นหนา

วิธีที่สะดวกกว่าก็คือ ทุบ-กดตัวเลขที่นั่ง ส.ส.เพื่อไทยและพันธมิตร
ให้ต่ำ 200 ให้ได้ ซึ่งคงไม่ง่าย

อีกทางก็ดึง ประชาธิปัตย์มาเป็นแนวร่วมตั้งรัฐบาล

ประชาธิปัตย์จึงเป็นพรรคตัวแปร สำคัญต่อพลังประชารัฐ

เสียงรัฐบาลจำเป็นต้องมีขั้นต่ำ 300 เพื่อความคล่องตัว ไม่ต้องพะวักพะวน

การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาธิปัตย์ดูดี มีทางให้เลือกเดิน

ใครๆ ก็อยากได้เป็นพวก

การเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร

เกิดผลเลือกตั้งออกมา เพื่อไทยเป็นที่ 1 ประชาธิปัตย์ลำดับสอง รวมกันได้เกิน 250 ที่นั่ง หรือทะลุ 376 เสียง แต่เพื่อไทยรู้ข้อจำกัดว่าไปต่อไม่ได้ ยกเก้าอี้นายกฯให้ประชาธิปัตย์

เมื่อถูกต้องชอบธรรมทุกอย่าง อีกประการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยืนยันหนักแน่นมาตลอด

โดยให้การสนับสนุน พรรคที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนตั้งรัฐบาล

ประชาธิปัตย์จะกล้าปฏิเสธหรือ

วิมานพลังประชารัฐไม่พังทลายหรือ

เหตุนี้กระมัง วันนี้เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นที่ประชาธิปัตย์ หาก ‘อภิสิทธิ์’ นั่งหัวหน้าต่อ ก็อาจกระทบ เป็นภัยต่อแผนการสืบทอดอำนาจบริหารก็ได้

จึงมีการรุกคืบ เข้าไปจัดระเบียบผ่านเครือข่าย เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ

จำเป็นต้องเปลี่ยนหัว จัดภูมิทัศน์ใหม่ ปรับจุดยืนประชาธิปัตย์เสียแต่วันนี้

จำลอง ดอกปิก