เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 กันยายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวภายหลังการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. เกี่ยวกับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า เบื้องต้นมีความเห็นพ้องต้องกันเรื่องการให้สิทธิสมาชิกเดิมกว่า 2.5 ล้านคน ที่ต้องพ้นสภาพไปเพราะคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 มีสิทธิร่วมหยั่งเสียงได้ โดยนับคะแนนแบบ 1 คน 1 เสียงเท่ากัน รวมถึงการเปิดให้ผู้เข้าชิงดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ แต่โดยรายละเอียดทั้งเกณฑ์การรับรองจากอดีต ส.ส.หรือสมาชิกพรรค น้ำหนักการหยั่งเสียงว่าจะใช้เกณฑ์ผู้ได้คะแนนสูงสุด หรือจะต้องได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้หยั่งเสียงทั้งหมด จะต้องมีการหารือระหว่าง 3 ฝ่ายอีกครั้ง คือฝ่ายตนเอง ฝ่ายนายอภิสิทธิ์ และฝ่าย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ในช่วงวันที่ 29 หรือ 30 กันยายนนี้
ส่วนการตัดสินใจลงแข่งขัน นายอลงกรณ์กล่าวว่า พร้อมเข้าแข่งขัน แต่ต้องรอให้มีความชัดเจนเรื่องกติกาก่อนจึงจะตัดสินใจอีกทีหนึ่ง เพราะเงื่อนไขบางอย่าง เช่น จำนวนสมาชิกรับรองควรมีการผ่อนคลาย เพราะระยะเวลาน้อยเป็นข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากการหยั่งเสียงควรจะได้ผลภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว โดยเบื้องต้นก็มีคุณสมบัติการเป็นอดีต ส.ส.และอดีตรัฐมนตรีของพรรคอยู่แล้ว พร้อมยอมรับว่ายังไม่มีการสนับสนุนจากอดีต ส.ส.เพราะผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรค
นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้เลือกหัวหน้าพรรค จึงมีแนวคิดเสนอให้ผู้เข้าแข่งขันมีสัญญาระหว่างกัน ว่าบุคคลใดที่ไม่ได้คะแนนสูงสุดในการหยั่งเสียง ก็ให้ถอนชื่อออก เพื่อให้เหลือรายชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุดเพียงรายชื่อเดียวให้ที่ประชุมใหญ่เลือกเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งดูแล้วแนวโน้มเบื้องต้นนายอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับแนวทางนี้
เมื่อถามถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส.ได้ จะกระทบต่อความเหมาะสมในการเข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์กล่าวว่า ยอมรับว่าหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคก็จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่พรรคการเมืองเองก็ไม่จำเป็นต้องทำงานสุมกันในสภาเพียงอย่างเดียว เพราะพรรคการเมืองไม่ได้มีหน้าที่แค่เลือกตั้ง แต่เป็นสถาบันทางการเมือง และมองว่าจะเป็นโอกาสของพรรคด้วยซ้ำ ที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อพบปะประชาชน
“ลงสมัครชิงหัวหน้าพรรค ปชป.เพราะคิดถึงอนาคตประเทศ อนาคตพรรค ปชป. มากกว่าอนาคตตัวเอง หากชนะการหยั่งเสียงก็จะวางรากฐานพรรคใหม่ สร้างการเมืองสร้างสรรค์ และยึดมั่นในกฎเหล็ก 5 ข้อ คือไม่มีซื้อเสียงหรือทุจริตการเลือกตั้ง, ไม่หาเสียงโจมตีใส่ร้ายคนอื่น, ไม่รับทุนใต้โต๊ะในการเลือกตั้ง, ไม่ต่อสู้นอกระบบโดยเด็ดขาด ต้องยึดมั่นระบบรัฐสภา, ไม่คอร์รัปชั่นโดยเด็ดขาด และเชื่อว่าพรรค ปชป.จะพลิกกลับมาชนะการเลือกตั้งได้” นายอลงกรณ์กล่าว





