คสช.หารือ เล็งตั้ง สำนักงาน ป.ย.ป. กำกับติดตามคณะทำงานชุดย่อย กรองข้อมูลก่อนถึงนายกฯ หลัง “บิ๊กตู่” หวั่น รัฐบาลหลังเลือกตั้งไม่สานงานต่อ วาง ขรก.ซี 11 คุม ยัน ไม่ต้องงัดม.44
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 25 กันยายน ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า ที่ประชุม คสช.หารือและมีแนวคิดตั้งสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) เพื่อเป็นหน่วยงานกำกับติดตามคณะกรรมการชุดย่อย เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. มีความเป็นห่วงว่าเรื่องดีๆ หลายเรื่องที่รัฐบาลและ คสช.ได้เริ่มต้นไว้ เช่น การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง จะไม่ยั่งยืนถาวรเมื่อรัฐบาลนี้สิ้นสุดลง โดยในปัจจุบันนายกรัฐมนตรีต้องควบคุมคณะกรรมการต่างๆ จำนวนมาก และทุกคณะต้องรายงานผลโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล(คตน.) คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นต้น
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ในวันข้างหน้าไม่รู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะรับภารกิจเหล่านี้ไหวหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ คสช.จึงหารือว่าควรตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่ติดตามประสานงานก่อนที่ข้อมูลทั้งหลายจะถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งเบื้องต้นใช้ชื่อว่า สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ใช้ตัวย่อเดิมคือ ป.ย.ป. ที่มีหน้าที่ คือ 1.บูรณาการข้อมูล 2.ช่วยเหลือชาวบ้านในการตรวจสอบข้อร้องเรียน เนื่องจากวันข้างหน้าจะต้องมีข้อร้องเรียนจำนวนมาก เช่นประชาชนบางส่วนอาจพบว่าบางกระทรวงบางหน่วยงานไม่ได้ทำตามแผนปฏิรูปประเทศหรือไม่ได้ทำตามแผนยุทธศาสตร์จึงอาจร้องเรียนมาที่นายกฯ และ 3.ช่วยเหลือกระทรวงในฐานะหน่วยขับเคลื่อนงาน เพราะที่ผ่านมาบางกระทรวงมีปัญหาเรื่องขาดงบประมาณ ขาดกำลังคน รวมถึงขาดอำนาจซึ่งหมายความว่าต้องมีการแก้ไขกฎหมาย จึงต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ได้รับฟังและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอธิบายเรื่องที่ประชาชนยังไม่เข้าใจ เพื่อป้องกันการเกิดการประท้วงหรือการชุมนุม
“คณะกรรมการต่างๆ ที่เคยอยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรี จะต้องมุ่งเข้าหาคณะกรรมการชุดนี้ แต่คณะกรรมการชุดนี้จะไม่มีอำนาจในการสั่งการ โดยในที่ประชุม คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายเพียงหลักการว่าสำนักงานดังกล่าวจะเป็นหน่วยงานในลักษณะกรม มีข้าราชการจำนวนไม่มาก เพื่อติดต่อประสานงาน ซึ่งเขาให้อำนาจนายกฯสามารถนำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เป็นต้น ไปทำงานในสำนักงานใหม่ได้ เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้ถูกยุบไปแล้ว แต่ยังมีเจ้าหน้าที่อยู่ โดยหัวหน้าหน่วยงานจะเป็นระดับซี 11 แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงว่าจะเป็นใคร และหลังจากนี้ที่ประชุมได้ให้นายวิษณุไปดูรายละเอียดการจัดตั้ง อย่างไรก็ดี การหารือดังกล่าวจะยังไม่ออกเป็นมาตรา 44” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

