เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจาก นายอติโรจ บุญใย ว่าที่หัวหน้าพรรคพัฒนาประเทศไทย (พพปท.) ได้สร้างความฮือฮาให้แก่แวดวงการเมืองเพชรบูรณ์ได้เพียงไม่กี่วัน ด้วยการประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ “อาจารย์ อติโรจ บุญใย ผอ.สนง.วนม.” ถึงการยอมทิ้งเก้าอี้รั้งว่าที่หัวหน้าพรรคไปซบพรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่าได้รับไฟเขียวจากนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย วางตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย เขต อ.เมืองฯ นอกจากนี้ ยังปรับเปลี่ยนภาพหลักบนเฟซบุ๊กจากเดิมโลโก้พรรคพัฒนาประเทศไทยมาเป็นพรรคเพื่อไทย พร้อมโชว์ภาพที่ยืนเคียงคู่กับนายวรวัจน์หรา จนสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสนามเลือกตั้ง ส.ส.เพชรบูรณ์ ที่จะมีขึ้นในปี 2562 ที่จะถึงนี้ ขณะเดียวกันยังทำให้กระแสข่าวลือเรื่องการย้ายพรรคของนายสันติ พร้อมพัฒน์ แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมอดีต ส.ส.ในก๊วนให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วยนั้น
ล่าสุดบนเฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งจู่ๆ นายอติโรจ บุญใย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงการตัดสินใจกลับลำเปลี่ยนใจไม่ไปสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้ว จนสร้างความมึนงงและสร้างความสับสนให้กับเหล่าสมาชิก โดยระบุข้อความว่า
“เรียนทุกท่านที่เคารพ วันนี้ผมได้รับคำสอนจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ผมไม่ขอเปิดเผย ท่านต้องการให้ผมทำตามอุดมการณ์ สร้างพรรคพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนโดยแท้ โดยท่านพร้อมสนับสนุนงบประมาณ เหตุผลที่ผมร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะนโยบายและอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน อีกทั้งกังวลเรื่องเงินบริหารพรรคจะไม่พอ แต่วันนี้ ผู้ใหญ่ท่านนี้ได้สอนผมและท่านบอกให้ผมทำตามอุดมการณ์ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา อุดมการณ์ของผมและท่านตรงกัน ผมจึงตัดสินใจ เดินหน้าขับเคลื่อนพรรคพัฒนาประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นตัวเลือกในการช่วยเหลือบ้านเมืองและประเทศชาติต่อไป
“ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่อยู่เคียงข้างผมและพรรคพัฒนาประเทศไทย ครับ ผมขอแสดงความยินดีกับพี่สุทัศน์ จันทร์แสงศรีและพี่สุรศักดิ์ฯ(สุรศักดิ์ อนรรฆพันธุ์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย) ที่ตัดสินใจไม่ย้ายไปจากเพื่อไทย ผมเป็นศิษย์โรงเรียนเพชรพิทยาคม ร่วมสถาบันเดียวกับกับ พี่สุทัศน์ จันทร์แสงศรี เป็นกำลังใจให้กันและกันครับ” อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนใจกลับลำอย่างกะทันหัน ทำให้มีสมาชิกบางรายถึงกับแสดงความสับสนและถามย้ำนายอติโรจว่า “ตกลงอยู่พรรคไหนแน่ สับสน จะเอายังไงกันแน่” ซึ่งนายอติโรจพยายามชี้แจงถึงเหตุผลพร้อมยันยันว่า “จะเดินหน้าขับเคลื่อนพรรคพัฒนาประเทศไทยต่อไป”
นายอติโรจ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมาว่า นายสุทัศน์และนายสุรศักดิ์ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย และจะให้ตนไปลงในเขต อ.หล่มสัก แทนคุณโอเล่ (จักรัตน์ พั้วช่วย อดีตส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย) ซึ่งคิดว่าคงไม่เหมาะ ที่สำคัญเมื่อนายสุทัศน์ซึ่งอยู่มาก่อนในขณะที่ตนมาทีหลังและเมื่อนายสุทัศน์ยืนยันยังอยู่ต่อไปก็ต้องให้เกียรติกัน จึงตัดสินใจมาทำงานการเมืองกับพรรคพัฒนาประเทศไทยต่อไป
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เห็นแจ้งว่าเกรงการจดทะเบียนพรรคพัฒนาประเทศไทยอาจไม่ทัน นายอติโรจกล่าวว่า “ตามความเข้าใจของผมเชื่อว่า การเลือกตั้งไม่น่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 อย่างแน่นอน และหากผมจดไม่ทันพรรคพลังประชารัฐจะทันไหม อย่างลืมนะรัฐบาล-กกต.แจ้งว่าการเลือกตั้งอย่างช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าจะเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์นะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เฟซบุ๊กนายอติโรจ บุญใย ได้ปรับเปลี่ยนภาพหลักหน้าเฟซบุ๊กมาเป็นโลโก้พรรคพัฒนาประเทศไทยแล้ว จากเดิมที่เป็นภาพโลโก้พรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้นายอติโรจยังเปิดกลุ่มเพื่อไทยในแอพพลิเคชั่นไลน์พร้อมชักชวนให้ชาวเพชรบูรณ์และเครือข่ายนายอติโรจมาร่วมสมัครเป็นสมาชิก แต่หลังมีการแจ้งประกาศถึงการไม่ย้ายไม่ซบพรรคเพื่อไทย ได้มีการลบทิ้งห้องหรือกลุ่มพรรคเพื่อไทยดังกล่าวทิ้ง ขณะเดียวกันเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมการกระทำของนายอติโรจว่า ทั้งหมดนั้นเป็นของจริงหรือแค่แอบอ้างเท่านั้น หรือเพียงแค่สร้างกระแสให้ตกเป็นเป้าสายตาของชาวเพชรบูรณ์และพรรคการเมืองอื่นๆ



