เมื่อวันที่ 28 กันยายน ว่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคสามัญชนออกแถลงการณ์ถึงกรณีนายเอกชัย อิสระทะ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคสามัญชน แถลงขอโทษที่เคยร่วมการชุมนุม กปปส.ที่มีส่วนนำไปสู่การรัฐประหาร ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าขัดกับจุดยืนของพรรคสามัญชน อีกทั้งในแถลงการณ์ของนายเอกชัยระบุว่า ได้ถอยออกจาก กปปส. หลังการชุมนุมขยายตัวไปมากกว่าการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กพบภาพในอดีตที่นายเอกชัยยังคงร่วมชุมนุมต่อ ดังที่ปรากฏภาพขณะร่วมเหตุการณ์ยึดทำเนียบรัฐบาล
อดีตกปปส.ใต้ขอโทษมีส่วนนำสู่รัฐประหาร หวั่นคนเสียศรัทธา ‘สามัญชน’ หลังนั่งรองหน.พรรค
แถลงการณ์ระบุว่า
“กรณีข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ นายเอกชัย อิสระทะ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคสามัญชน เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. โดยนายเอกชัย เขียนชี้แจงและขอโทษต่อการกระทำดังกล่าวในเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2561 แต่ปรากฏในภายหลังว่าข้อความดังกล่าวคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงหลายประการ
พรรคสามัญชนไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการประชุมว่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ในวาระเร่งด่วน และมีผลสรุปดังนี้
1. นายเอกชัย อิสระทะ สำนึกและตระหนักในหลักการประชาธิปไตยจากฐานราก สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมเป็นธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคสามัญชน ที่ประชุมฯ จึงเห็นควรให้โอกาสนายเอกชัยได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานตามหลักการที่พรรคสามัญชนยึดถือต่อไป
2. การออกแถลงการณ์ที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน เป็นเรื่องไม่สมควรเกิดขึ้น จะด้วยความตั้งใจหรือความประมาทก็ตามที ในฐานะผู้เสนอตัวทำงานพรรคการเมือง ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริงที่แถลงต่อสาธารณชน ดังนั้น ที่ประชุมว่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ จึงมีความเห็นภาคทัณฑ์นายเอกชัย อิสระทะ ซึ่งหมายถึง หากมีความผิดเช่นนี้อีก พรรคฯ จะมีมติลงโทษตามข้อบังคับพรรคฯ
3. พรรคให้ความสำคัญกับการสำนึกผิด การยอมรับ การเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างมีส่วนร่วม รวมถึงการให้โอกาส ในขณะเดียวกัน เสียงของสาธารณชนที่ร่วมกันตรวจสอบการทำงานของพรรคฯ ก็เป็นสิ่งที่เราตระหนัก และพร้อมที่จะรับฟัง เพื่อเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายตามเจตนารมณ์ของพรรคฯ
4. ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจหลักของพรรคฯ ไม่ใช่คณะกรรมการบริหารพรรคแต่เพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นสมาชิกทั้งหมดของพรรคสามัญชน ดังนั้น หากคณะกรรมการบริหารพรรคฯ คนใด มีอุดมการณ์ขัดต่อหลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่เคารพความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียม สมาชิกสามารถใช้สิทธิ์ถอดถอนกรรมการบริหารพรรคฯ ได้ หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้อนุมัติการจัดตั้งพรรคสามัญชนตามกฎหมายแล้ว โดยสมาชิกสามารถรวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอนกรรมการบริหารพรรคฯ ได้ตามข้อบังคับพรรคฯ หมวด 6
ทั้งนี้ ว่าที่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ชุดแรกนี้ มีมติจะดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปี หรือจนกว่าจะดำเนินการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 เสร็จสิ้น นับจากวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองพรรคสามัญชน
สุดท้ายนี้ ทุกข้อวิพากษ์วิจารณ์และคำท้วงติงจากทุกท่าน เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการประชาธิปไตยของพรรคฯ อย่างมาก และทุกการแลกเปลี่ยนอย่างสุภาพและมีเหตุผล ก่อให้เกิดมาตรฐานที่ดีต่อการเมืองไทย
เราจึงขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ และหวังว่าพรรคสามัญชนจะยังคงได้รับความปรารถนาดีจากทุกท่านต่อไป”
https://www.facebook.com/CommonerParty/photos/a.315471495199017/1921952451217572/?type=3&theater

