สดๆ ร้อนๆ ศาลแขวงดอนเมืองอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ 328/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัทเอวิเอฯ, นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ, นางศศกร ปลื้มใจ ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานบริษัทเอวิเอฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในคดีฉ้อโกงการจัดซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่นจีที 200 จำนวน
2 ชุด ชุดละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ Global Technical รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท เครื่องตรวจหา
สสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ โกลบอล รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ซึ่งกรมราชองครักษ์ทำสัญญาซื้อขายไป แต่เครื่องไม่สามารถใช้การได้
ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ใส่ใจในการซื้อขายสินค้า เพราะเครื่องจีที 200 มีราคาสูงมาก ในฐานะผู้ขายจำเป็นต้องศึกษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของสินค้าก่อนส่งมอบเสมอ หรืออาจรู้ก่อนแล้วว่าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังขายให้หน่วยงานของรัฐ
ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเป้าหมายแสวงหาผลประโยชน์ มีความผิดฐานฉ้อโกง มีคำพิพากษาว่า นายสุทธิวัฒน์ กรรมการผู้มีอำนาจ เเละบริษัทเอวิเอฯ มีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุกนายสุทธิวัฒน์ 9 ปี เเละปรับบริษัทเอวิเอฯ รวม 18,000 บาท
คดีนี้ถือเป็นคดีที่ 2 สำหรับการฟ้องคดีฉ้อโกงเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ในศาลเเขวงดอนเมือง ซึ่งเป็นผลงานของอัยการคดีพิเศษ 1 ในการยื่นฟ้องบริษัทเอกชนที่เป็นตัวเเทนจำหน่ายเครื่องตรวจจับ ระเบิดจำนวนหลายคดีอยู่ที่ศาลเเขวงดอนเมือง
โดยเฉพาะของบริษัทเอวิเอฯที่เป็นตัวเเทนจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ของบริษัท โกลบอลเทคนิคอล จำกัด จากสหราชอาณาจักร ศาลมีคำพิพากษาลงโทษนายสุทธิวัฒน์ไปเเล้ว 2 คดี คดีเเรกที่มีการอ่านคำพิพากษาเมื่อต้นเดือนกันยายน เป็นคดีที่พนักงานอัยการพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ กับพวกรวม 5 คน ขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ให้เเก่กรมสรรพาวุธ สังกัดกองทัพบก ศาลเเขวงดอนเมืองพิพากษาลงโทษจำคุกนายสุทธิวัฒน์ 10 ปี จากการซื้อขายรวมทั้งหมด 12 สัญญา รวมมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ขณะที่คดีอาญาทั้งสองคดีนั้นอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
นอกจากคดีอาญาที่กล่าวข้างต้น 2 คดีเเล้ว บริษัทเอวิเอฯซึ่งมีนายสุทธิวัฒน์เป็นผู้บริหารยังมีคดีทางแพ่งที่เด็ดขาดในชั้นฎีกาแล้ว ซึ่งเป็นสำนวนเหตุการณ์เดียวกับที่ศาลสั่งลงโทษ 9 ปีฐานฉ้อโกง กรมราชองครักษ์ คือคดีคุ้มครองผู้บริโภค ครพ.ผบ.1314/2561 ที่กรมราชองครักษ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ, นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ, นางศศกร ปลื้มใจ จำเลยที่ และ น.ส.พันธวีทรัพย์ สุดยาใจ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในการจัดซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่นจีที 200, เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ Global Technical รุ่น จีที 200 เเละเครื่องตรวจหาสสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อโกลบอล รุ่นจีที 200 รวมวงเงินทั้งสิ้น 9 ล้านบาท
คดีนี้ศาลอุทธรณ์เเผนกคดีผู้บริโภคมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้นายสุทธิวัฒน์ชดใช้เงิน 9 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปีเเก่กรมราชองค์รักษ์ ส่วนจำเลย 2-5 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าเครื่องดังกล่าวไม่สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ท้ายสัญญา เเละไม่ตรงตามความต้องการของกรมราชองครักษ์ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัย ดังนั้นสัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์มาตรา 156
เท่ากับว่าผลการซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นเเละไม่ก่อสิทธิใดๆ บริษัทเอวิเอฯในฐานะผู้ขายต้องคืนเงินเเก่กรมราชองครักษ์พร้อมดอกเบี้ยดังกล่าวต่อมาจำเลยขออนุญาตฎีกา จนกระทั่งศาลฎีกามีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่รับฎีกา เท่ากับว่า คดีแพ่งในส่วนที่กรมราชองครักษ์เป็นผู้เสียหาย เป็นที่ยุติเเล้ว
บริษัทเอวิเอฯและผู้บริหารอาจต้องเจอวิบากกรรมอีกหลายทอด เพราะในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ศาลเเขวงดอนเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในคดีอาญาสำนวนที่ 3 ที่อัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทเอวิเอฯ ฐานฉ้อโกง ขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ คาดหมายได้ผลก็อาจไม่แตกต่างจากคดีก่อนหน้า ขึ้นอยู่กับว่าจะหนักมากน้อยกว่ากันอย่างไรเท่านั้น
ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่กระบวนการยุติธรรมกำลังเดินหน้า ทวงคืนค่าเสียหายเเละลงโทษผู้กระทำผิดในการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาให้หน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐ และคดีที่เกี่ยวกับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดก็ไม่มีเฉพาะจีที 200 ของบริษัทเอวิเอฯเท่านั้น เเต่มีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดเเละอาวุธยี่ห้ออื่นๆ เเละที่เอกชนรายอื่นนำเข้ามารวมอยู่ได้
ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าหลังจากลงโทษบริษัทเอกชนที่มีการฉ้อโกงในการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาขายต่อเเล้ว ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งต่อเนื่องจากคำพิพากษาและเตรียมจะทยอยออกมาเรื่อยๆ
จะสาวไปถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เข้าไปจัดซื้อ อยู่ในข่ายร่วมกระทำผิดกับบริษัทเอกชนผู้ขายด้วยหรือไม่

