พิธีมอบหน้าที่การบังคับบัญชา และพิธีสวนสนามเทิดเกียรติ ผบ.เหล่าทัพ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย.กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีมอบหน้าที่ การบังคับบัญชาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (บก.ทท.) ระหว่าง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ กับ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี และการสวนสนามเทิดเกียรติผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย
ตามที่ได้มีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณให้ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร เป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 แทน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ซึ่งพ้นวาระตำแหน่งฯ เนื่องจากเกษียณอายุราชการ ในโอกาสนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดพิธีมอบหน้าที่การบังคับบัญชา และพิธีสวนสนามเทิดเกียรติผู้บัญชาการทหารสูงสุด การจัดกำลังในพิธีสวนสนามฯ ประกอบด้วยกองทหารเกียรติยศสามเหล่าทัพ จำนวน 5 กองพัน รวมทั้งกองทหารม้าเกียรติยศ และขบวนยานยนต์ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงจาก สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ด้วย
เวลา 13.50 น.ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช มีพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสรับส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และมอบการบังคับบัญชา โดยมีกองทหารเกียรติยศ จำนวน 4 กองพัน ประกอบด้วย กองพันนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช, กองพันนักเรียนจ่าอากาศ โรงเรียนจ่าอากาศ , กองพันทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการทหารอากาศโยธิน และ กองพันต่อสู้อากาศยาน รักษาพระองค์ เข้าร่วมการสวนสนาม
นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการสวนสนามทางอากาศของหมู่บินขับไล่สมรรถนะสูงของกองทัพอากาศ จำนวน 4หมู่บิน ประกอบด้วย หมู่บินที่ 1 นามเรียกขาน EAGLE ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ F-5 จำนวน 4 เครื่อง จากฝูงบิน 211 กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี,หมู่บินที่ 2 นามเรียกขาน FALCON ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ F-16 จำนวน 4 เครื่อง จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา,หมู่บินที่ 3 นามเรียกขาน SHARK ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ GRIPEN จำนวน 4 เครื่อง จากฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี,หมู่บินที่ 4นามเรียกขาน DRAGON ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ T-50 จำนวน 3 เครื่อง จากฝูงบิน 401 กองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์
เวลา 14.00 น. ที่ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือได้จัดพิธีรับ – ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ระหว่าง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (คนเก่า) กับ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (คนใหม่) โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือเข้าร่วมพิธี ในการนี้กองทหารเกียรติยศจะทำการยิงสลุต จำนวน 19 นัด เพื่อเทิดเกียรติให้แก่ พล.ร.อ.นริส ก่อนที่จะอำลาชีวิตการรับราชการ
เวลา 14.45 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ท่านใหม่) ร่วมกระทำพิธีรับ – ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก โดยได้สักการะศาลพระชัยมงคลภูมิ เสร็จแล้วจึงวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าหอประชุมกิตติขจร หลังจากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบก ก่อนจะเดินทางมายังบริเวณพิธีรับ – ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก ที่ลานหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบก
โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ พล.ท.คธายุทธ์ เสาวคนธ์ เจ้ากรมกำลังพลทหารบกได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวมอบหน้าที่ตลอดจนการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพบก พร้อมทั้งเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ แก่ผู้บัญชาการทหารบก(ท่านใหม่) จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก(ท่านใหม่) จึงกล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จแล้วทั้ง 2 ท่าน ขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมสวนสนาม 3 กองพัน ซึ่งจัดจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ 3 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ผู้บังคับกองผสม ได้แก่ ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ พ.อ.พงศกร อาจสัญจร
พล.อ.อภิรัชต์ ได้กล่าวรับมอบหน้าที่และสายการบังคับบัญชา ตอนหนึ่งว่า ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กระผมดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไปนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้กระผมขอน้อมรับหน้าที่อันมีเกียรตินี้ ด้วยความสำนึกในความรับผิดชอบ เป็นอย่างยิ่ง
พล.อ.อภิรัตช์ กล่าวว่า การดำเนินงานของกองทัพบกในห้วงที่ผ่านมา มีบทบาทหน้าที่ครอบคลุมหลากหลายด้าน อันเกี่ยวเนื่องกับ งานด้านความมั่นคง การพัฒนาประเทศ และการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมีท่านผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้นำการขับเคลื่อนภารกิจทุกด้าน ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ เป็นอย่างดียิ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านแสดงให้เห็นเป็นแบบอย่างของการเป็นทหารอาชีพ ที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ทุ่มเท เสียสละ เพื่อสร้างความเจริญและความมั่นคง ให้กับชาติบ้านเมือง อีกทั้งปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยความเอาใจใส่ ให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถ และมีความตั้งใจที่จะพัฒนากองทัพบก ให้มีศักยภาพพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวความคิด Smart Man Smart Army ที่มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถของกำลังพล ซึ่งเป็นหัวใจของกองทัพ ให้มีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีจิตใจที่กล้าหาญ มีความรู้ความเชี่ยวชาญตามหน้าที่ มีคุณธรรม จริยธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างกองทัพ ให้มีความเข้มแข็ง เป็นหลักในการคลี่คลายปัญหาสำคัญ
พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวอีกว่า ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของชาติ และพร้อมอยู่เคียงข้างประชาชน ในทุกโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบกต่อไปนั้น กระผมขอให้คำมั่นว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยความสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณและความรับผิดชอบสูงสุดที่มีต่อชาติ ราชบัลลังก์และประชาชนพร้อมที่จะสานต่อนโยบายของท่านผู้บัญชาการทหารบก ให้มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง รวมทั้งจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรมและนำพากองทัพให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีความสง่างาม ให้เป็นกองทัพของชาติและประชาชน ที่พร้อมพิทักษ์รักษา สถาบันหลักของชาติให้มีความมั่นคง และสร้างความสงบสุข ให้กับสังคมส่วนรวม อย่างยั่งยืนตลอดไป กระผมขอรับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก และการบังคับบัญชา ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป


