เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 28 กันยายน ที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา มีประชาชนจากอำเภอต่างๆ เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมกันส่งข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ประกอบด้วย นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกิตติพันธุ์ โรจนชีวะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายพรเลิศ โชคชัย ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทราและนายบรรจง กนะกาศัย นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยมีนายอำเภอทุกอำเภอ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน มากกว่า 1,000 คน มาร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ได้จุดธูปเทียนกราบไหว้ที่ศาลพระภูมิเจ้าที่แล้ว ได้ กราบถวายบังคมที่บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้น บรรดาผู้ที่ไปร่วมส่งและประชาชนได้นำดอกกุหลาบสีแดงสด มอบให้กับนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุราชการ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีชาวบ้านจากอำเภอท่าตะเกียบนำการแสดงของชาวพื้นเมืองอีสาน มาร่วมแสดงด้วย และจากนั้น ผู้ที่ไปร่วมงาน พร้อมด้วยนายสุวิทย์ คำดี ได้ร่วมกันรำนำขบวนไปรอบศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนที่นายสุวิทย์ คำดี จะเดินทางกลับไปด้วยรถประจำตำแหน่งออกจากศาลากลาง โดยมีชาวบ้านร่วมโบกมืออำลาด้วยรักและผูกพัน

นายสุวิทย์ คำดี ผวจ. ฉะเชิงเทรา ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรับราชการมา จนกระทั่งมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มีอายุราชการ 47 ปี ได้ทุ่มเทการทำงานมาอย่างหนักและต่อเนื่อง อดทนต่อความเหนื่อยยากและลำบาก เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ดูแลคนยากคนจน ปฏิบัติราชการไปตามระเบียบ กฎหมาย อย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ยังถูกดูแคลนว่า เป็นผู้ว่าฯปีเดียว จะไปทำอะไรมากนัก สิ่งนี้ จึงยิ่งทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้ตนเอง ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นๆ ทุกๆวัน โดยไม่มีวันหยุด การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่อน้ำให้แก่ประชาชนใน 4 อำเภอ ด้วยการสร้างฝายมีชีวิตก็เช่นกัน ก็เคยถูกตำหนิว่า เป็นผู้ว่าฯเพี้ยน กับเรื่องนี้ แต่ท้ายที่สุด จากการดำเนินการสร้างฝายมีชีวิต ก็บังเกิดผลเกินคาดหมาย ประชาชนได้มีแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และมีการต่อยอดให้กับชุมชนในอำเภอชายขอบ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ก็ได้ยึดตามแนวศาสตร์พระราชา มาดำเนินการโดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน
ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวด้วยว่า ตนเองปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ตามระเบียบอย่างเคร่งครัดและทำงานอย่างไม่มีวันหยุด เพื่อให้เกิดประโยชน์และความผาสุกแก่ประชาชน ฉะนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างความไม่พอใจแก่บรรดาหัวหน้าส่วนราชการบางท่าน เพราะตนเองเห็นว่า บางโครงการที่เสนอมานั้น พิจารณาแล้วไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าหรือประโยชน์กับประชาชนเท่าที่ควร จึงไม่อนุมัติไป หรือบ่อยๆครั้ง ตนเองจะตำหนิติเตียนทั้งในที่ประชุมหรือในการนำเสนอโครงการ เพราะเป็นความห่วงใยกับผลที่อาจจะตามมาภายหลังเพราะเป็นการใช้เงินงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ตนเองอาจจะดูขึงขัง เสียงดังบ้าง ดุบ้างอะไรบ้าง ก็เป็นในเรื่องที่จะต้องพูดกันตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกเรื่อง ทุกโครงการ เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ นอกจากนี้ ต้องขอขอบคุณส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรต่างๆ ในภาคเอกชน หอการค้าจังหวัด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชุมชนหน้าวัดโสธร ที่ร่วมแรงร่วมใจและเสียสละกัน เพื่อให้บริเวณพื้นที่หน้าวัดโสธรวรารามรวิหาร ได้มีการพัฒนา ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงาม เป็นความตั้งใจที่จะดำเนินการเรื่องนี้เพื่อถวายหลวงพ่อโสธร ให้พื้นที่โดยรอบวัด มีความสวยงามสมเกียรติหลวงพ่อโสธร ขอให้ทุกท่านได้โปรดเข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ได้ทำไปในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับท่านใดเลย เป็นความมุ่งหวังที่จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับจังหวัดฉะเชิงเทราและประชาชนทุกคน ก็ขออโหสิกรรมให้กันและขอให้ทุกๆคนจงประสบแต่สิ่งที่ดีงามและความสำเร็จตลอดไป

