สถานีคิดเลขที่12 : จุดอ่อนรบ.-จุดแข็งบิ๊กตู่! : โดย จำลอง ดอกปิก

29.09.18 | 13:00 น.

ความน่าสนใจของพรรคพลังประชารัฐ มิได้อยู่ที่การเป็นพรรคสายตรงรัฐบาล

มุ่งชนะเลือกตั้ง รวบรวมเสียงในรัฐสภา ตั้งรัฐบาลสืบทอดการบริหารต่อไป โดยมีกติกาว่าด้วย 250ส.ว.เป็นข้อได้เปรียบ แต่เพียงประการเดียวเท่านั้น

เรื่องบิ๊กๆ แกนนำ เบื้องหลังผลักดันก่อตั้งก็พื้นๆ ไม่ถึงขั้นปิดลับอะไร แม้รัฐมนตรีทหาร แม้รัฐมนตรีพลเรือนหลบหลังฉาก แต่ก็เป็นที่รับรู้วงกว้างในระดับหนึ่ง

เมื่อคนนอกรู้ นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้ติดตามข้อมูลข่าวสารรู้ ใครต่อใครก็รู้

มีหรือ ‘บิ๊กตู่’ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่รู้

Advertisement

ความเป็นถึงแขกพิเศษ ได้รับเทียบเชิญนั่งประธานที่ปรึกษาพรรค เชื้อเชิญในฐานะมือวางอันดับ 1 เสนอชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค บ่งบอกอะไรต่อมิอะไรในตัวแทบไม่จำเป็นต้องอธิบายอีก

แต่เรื่องที่ว่า ก็เสมอเพียงข้อมูลปกติ

เรื่องที่ถูกโจมตี กรรมการลงมาเป็นผู้เล่นก็ธรรมดา และเป็นข้อเท็จจริง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

แต่บรรดาที่ยกตัวอย่างมา ก็ไม่แปลกเท่า บุคลากรหลักที่จะมารัน-ขับเคลื่อนพลังประชารัฐ

หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคือตำแหน่งสำคัญ

การวางตัวใครก็ตาม ตัวผู้นำหรือแม้แต่เลขาธิการ จะเป็นภาพสะท้อนบุคลิกพรรคขั้นพื้นฐาน รวมถึงชี้ทิศทาง นโยบายที่จะเน้นหนักชูเป็นจุดขายในการเลือกตั้ง เช่น หากเลือกนายแบงก์-นักธุรกิจเป็นหัวหน้า ก็ทำนายได้ไม่ยาก พรรคนี้มีนโยบาย หรือมุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ

พรรคที่มี พล.อ.พรรคของนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย พรรคนักวิชาการเป็นแม่ทัพ นักอนุรักษ์นำ นักสันติวิธี เป็นหัวหน้า ฯลฯ ที่มาจะบ่งบอกตัวตน เป็นพรรคประนีประนอม แข็งกร้าว ฯลฯ หรือเช่นใด รวมถึงนโยบายจะออกไปในทิศทางไหน

ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐแปลกพิสดารล้ำ

ก็เนื่องจากมี อุตตม สาวนายน เป็นว่าที่หัวหน้า สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาฯ

เป็นอุตตม คนเดียวกับที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ ผลักดันเมกะโปรเจ็กต์อีอีซี

เป็นสนธิรัตน์ คนเดียวกับที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

2 รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจฯ คนหนึ่งคุมโครงการพัฒนาประเทศ นโยบายหลักรัฐบาลที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรม เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ออกแบบจัดวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ปูทางเศรษฐกิจเติบโตในระยะยาว

อีกคนเป็นเจ้ากระทรวงพาณิชย์ ที่การส่งออกเครื่องยนต์สำคัญ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตัวเลขจีดีพี กำลังติดปีกโตวันโตคืน

แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศก็เป็นที่วิตกกังวล

เนื่องจาก ระดับมหภาคสวยหรู

แต่เม็ดเงินจากการเติบโต กลับตกอยู่ในมือเจ้าสัว มหาเศรษฐีไม่กี่เจ้า หยิบมือเดียว

ไม่กระจายลงไปถึงฐานราก หล่อเลี้ยงคนยากคนจน ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่เป็นอย่างที่เรียก – เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า รวยกระจุก จนกระจาย

ชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อน เนื่องจากไม่ได้รับอานิสงส์จากผลพวงการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ

ปมเศรษฐกิจกลายเป็นจุดอ่อนรัฐบาล

นักวิชาการ และฝ่ายการเมือง มองเป็นปัญหา

เชื่อกันว่า จะเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่ง ทำให้พรรครัฐบาลแพ้เลือกตั้ง แผนการสืบทอดอำนาจบริหารสะดุด

เพราะในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีจุดแข็ง จุดขายอยู่ที่นโยบายเศรษฐกิจ

พรรครัฐบาล คสช.กลับถูกมองว่า ล้มเหลว บอดเศรษฐกิจ จะเอาอะไรมาสู้ ต่อกร โน้มน้าวประชาชนลงคะแนนเลือก

แต่พรรครัฐบาล พรรคพลังประชารัฐกลับมั่นใจแบบสุดมั่น

ชู “อุตตม” ชู “สนธิรัตน์” ชูเศรษฐกิจเป็นจุดขาย เคียงขนานไปกับ “บิ๊กตู่”

พรรคพลังประชารัฐ ในสายตาคนทั่วไป จึงค่อนไปในทางประหลาด พิสดาร ที่ชูจุดอ่อนเป็นจุดขาย

แต่ทว่ารัฐบาลคงไม่คิดว่าเป็นปัญหา อย่างที่คนอื่นคิด คนอื่นมอง

ตรงกันข้ามกลับมั่นใจอย่างมาก ในข้อมูลของทางราชการที่มีตัวเลขยืนยัน

ถึงได้มั่นใจ – กล้าวางตัว 2 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ เป็นตัวแทนสู้ศึกเลือกตั้ง

นี่เท่ากับเป็นการยืนยัน เศรษฐกิจคือจุดขาย จุดแข็ง

ไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่จุดอ่อนอย่างแน่นอน

ใครคิดผิด ใครคิดถูก คำตอบอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง 24 กุมภาฯ

วันพิพากษา เศรษฐกิจจุดตาย หรือจุดขาย กู้หน้ารัฐบาล

จำลอง ดอกปิก