ชอบ “บิ๊กตู่” เลือก “เพื่อไทย” คสช.ยังสอบตก

29.09.18 | 14:50 น.

 “นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง อยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน มาแล้ว 4 ครั้ง

ครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม 2561 มีการตั้งคำถามแค่ 2 ข้อ
1.พรรคการเมืองที่ประชาชนอยากได้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ให้ตอบว่า พรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองเก่า

2.บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (10 อันดับแรก)
ส่วนครั้งที่ 2-4 สำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม, กรกฎาคม และกันยายน ได้เพิ่มคำถามข้อที่ 3 คือพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (10 อันดับแรก)

ซึ่งผลสำรวจทั้ง 4 ครั้ง ได้คำตอบที่เหมือนกัน แค่แตกต่างกันที่จำนวนคะแนนที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเท่านั้น
โดยข้อ 1 ประชาชนอยากได้ “พรรคการเมืองใหม่” เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มีคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิด แนวทางการบริหารใหม่ๆ

ข้อ 2 ประชาชนอยากให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคะแนนมาเป็นอันดับ 1

Advertisement

ข้อ 3 พรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พบว่า

ผลสำรวจครั้งที่ 2-4 ไม่เปลี่ยนแปลงคือ อันดับ 1 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับ 4 พรรคอนาคตใหม่

ซึ่งจากผลสำรวจที่ออกมา จะพบว่า เป็นความเห็นที่ขัดแย้งกัน

1.อยากเลือกพรรคการเมืองใหม่เข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ก็อยากให้”พรรคเพื่อไทย” ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่า และยังไม่มีผู้นำทัพคนใหม่

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคใหม่ และสนับสนุน”บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ กลับได้คะแนนในอันดับที่ 2
2.อยากให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ แต่ก็อยากให้พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ คสช. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

หากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุด และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่มีทางที่พรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อ”บิ๊กตู่”เป็นนายกฯ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนยังชื่นชอบพรรคเพื่อไทย ในขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของ”บิ๊กตู่”ก็ลดต่ำลงตลอด

ผลสำรวจครั้งที่ 1 พบว่า ประชาชนอยากให้”บิ๊กตู่”เป็นนายกฯ สูงถึง 38.64 % , ครั้งที่ 2 ลดเหลือ 32.24 % , ครั้งที่ 3 ลดเหลือ 31.26 % และครั้งที่ 4 ลดลงอีกเหลือ 29.66 %

ซึ่งคะแนนที่ลดลงต่อเนื่องนี้ ทำให้มีแนวโน้มว่า การสำรวจครั้งที่ 5 ครั้งที่ 6 และครั้งต่อๆ ไป คะแนนนิยมของ”บิ๊กตู่”อาจจะลดลงอีก หากไม่สามารถสร้างคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น

แต่โพลก็เป็นเพียงการสำรวจความเห็น การเลือกตั้งเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบที่แท้จริง