หน้าแรก การเมือง โครงร่างตำนาน...

โครงร่างตำนานคน : ‘นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม’ วาด‘วีรบุรุษประชาธิปไตย’ : โดย การ์ตอง

30.09.18 | 13:00 น.

ไม่ว่าจะปฏิเสธเสียงแข็ง เสียงเขียว เกรี้ยวกราดระดับประกาศฟ้องร้องผู้ที่กล่าวหาอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดในกระแสการเมืองยังเป็นไปในทางที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงทำนอง “ไม่จริงใจต่อประชาธิปไตย”

และเมื่อ “ผลงาน” ของ “รัฐบาล คสช.” 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ “พรรคการเมือง” ฝ่ายหนึ่ง มีความมั่นใจว่ายุทธศาสตร์ที่จะใช้ใน “การเลือกตั้ง” ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ เสนอให้ประชาชนเลือกระหว่าง “พรรคการเมืองที่ยืนหยัดในประชาธิปไตย” กับ “พรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการ”

ยุทธศาสตร์ที่จำกัดทางเลือกนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม กลับดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนจาก “พรรคการเมืองอีกฝ่าย” ที่ประกาศตัวไปในทางว่าหากสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ “คสช.” ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปในรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ให้เลือกพรรคตน

เป็นยุทธศาสตร์ที่เผชิญหน้า และดูเหมือนจะปิดทางเลือกอื่น โดยมี “ผลงาน” ของ “รัฐบาลสองรูปแบบ” มาให้เปรียบเทียบว่าประชาชนพอใจ และจะเลือกแบบไหนมาบริหารประเทศที่เป็นของทุกคนในอนาคต

ในทางเลือกนี้ กับ “ความเป็นประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน” ที่เกิดจากการนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคำถามมากมาย โดยประเด็นทั้งหมดรวมอยู่ที่ “มีความจริงใจกับประชาธิปไตยแค่ไหน”

Advertisement

รูปธรรมที่ถูกยกมาตอกย้ำโจมตีทุกครั้ง คือ “แพ้ซ้ำซาก แล้วไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง-เป็นใหญ่โดยตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร-ต่อต้านการเลือกตั้ง-ปฏิเสธกิจกรรมการเมืองในรัฐสภา นำการเมืองมาเล่นบนถนน” ฯลฯ

เรื่องราวทั้งหลายเหล่านี้ ก่อนที่จะอ้างการ “ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ”

สุเทพ เทือกสุบรรณ เคยประกาศไว้ทำนองว่า จะขอรับผิดชอบเรื่องราวที่สร้างปัญหาให้กับพรรคประชาธิปัตย์แต่เพียงผู้เดียว

หลังการรัฐประหาร อันสืบเนื่องมาจาก กปปส.ที่คนจากพรรคประชาธิปัตย์ทุกระดับ เรียงหน้ากันขึ้นเวที เคลื่อนไหวปิดเมือง กดดันรัฐบาลจากการเลือก ปฏิเสธบทบาทรัฐสภา ไม่ยอมรับการเลือกตั้งเป็นทางออก

จนที่สุดเกิดรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจโดยกองทัพ

ยิ่ง “รัฐบาล” ประกาศ “ผลงาน” ที่สวนทางกับความรู้สึกของคนในสาขาอาชีพต่างๆ มากเท่าไร สายตาที่มองไปที่พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยิ่งเต็มไปด้วยแววเรียกร้องให้รับผิดชอบมากเท่านั้น

และเป็นเสียงเรียกร้องมุ่งไปที่การตั้งคำถามถึง “ความจริงใจในประชาธิปไตย”

คำตอบจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการเปิดโอกาสให้ “เลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่” สร้างภาพ “พิธีกรรมประชาธิปไตย” ให้เกิดขึ้นกับพรรค

ชี้เป็นการประกาศถึง “จิตวิญญาณประชาธิปไตย” อันน่าจะนำความคิดไปสู่คำตอบในประเด็น “ความจริงใจ” ดังกล่าวได้

ประกาศนี้ ทำให้ชื่อของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งยืนยัน “จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” โผล่พรวดขึ้นมา ในนามของผู้ที่ได้รับการระบุว่าอยู่เบื้องหลังการส่ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เข้าช่วงชิงผู้นำพรรค เพื่อนำ “ประชาธิปัตย์” ไปยืนอยู่ข้าง “ฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี” อย่างเต็มตัว ไม่อ้อมค้อม

ภาพของแกนนำ “กปปส.” จัดทัพช่วย “หมอวรงค์” กันคึกคักนั้นเป็นการยืนยัน ความรับผิดชอบของ
“สุเทพ”

มาพร้อมกับภารกิจลับ ในเหตุ “หากไม่มีประชาธิปัตย์ร่วม ย่อมยากที่จะสืบทอดอำนาจแล้วอยู่ได้หลังเลือกตั้ง เพื่อความปลอดภัยจึงต้องขจัดการต่อต้านภายในประชาธิปัตย์”

และภาพที่สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดขึ้นคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเป็นผู้หาญสู้ไม่ยอมให้ “ประชาธิปัตย์” ถูกยึดครองด้วยอำนาจภายนอกพรรค

มี “หมอวรงค์” ถูกสร้างให้เป็นตัวแทนของการคุกคามประชาธิปัตย์เที่ยวนี้

หากที่สุดแล้ว “หมอวรงค์” พ่ายแพ้ จะเป็นการพ่ายแพ้ของฝ่ายอำนาจ

โดยส่งผลให้ประโคมได้ไม่ยากว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรคต่อสู้จนรอดพ้นจากการยึดครอง

เป็น “วีรบุรุษประชาธิปไตย”

การ์ตอง