หน้าแรก การเมือง ญาติวีรชนพฤษภ...

ญาติวีรชนพฤษภา 35 อัด เปิดตัว ‘พปชร.’ สืบทอดอำนาจ คสช. แนะ ‘บิ๊กตู่’ หากเล่นการเมืองต้องลาออก

30.09.18 | 13:14 น.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดตัว 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และมีแนวทางสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกสมัย ว่า เป็นที่รับรู้เป็นการทั่วไปว่าเป็นการตั้งพรรคขึ้นมารองรับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป ซึ่งคณะกรรมการญาติวีรชนฯได้เตือนสติ พล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอดว่าอย่าคิดสืบทอดอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดความสูญเสียและครอบครัววีรชนต้องทนทุกข์ถึงทุกวันนี้ หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ เมื่อนายกฯสนใจการเมืองก็ขอให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯและหัวหน้า คสช. เพราะเหตุผลที่เข้ามาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อเป็นกรรมการ แตกต่างจากรัฐบาลปกติที่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้วไม่ได้มีอำนาจเต็ม แต่รัฐบาลคสช.มีอำนาจเต็มและยังมีอำนาจพิเศษตามมาตรา44 เพราะเขียนรัฐธรรมนูญให้คงอำนาจตัวเองไว้ ตัวอย่างการใช้อำนาจมาตรา44แต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองหลายตำแหน่ง สุดท้ายก็เห็นชัดว่าเข้าสังกัดพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจ แล้วอย่างนี้จะทำให้ใครเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่ใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองที่ตัวเองตั้งขึ้นมา แล้วการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ก้าวพ้นความความขัดแย้งได้อย่างไร

“พล.อ.ประยุทธ์ไม่สมควรทำหน้าที่ต่อไป เพราะเป็นที่ประจักษ์ถึงความล้มเหลว ในการบริหารบ้านเมือง มาตลอดกว่า 4 ปี ไม่ได้ปฏิรูปประเทศตามที่สัญญาประชาคมไว้ ภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้ประชาชนประสบความทุกข์ยากในการดำรงชีวิตประจำวัน มีการทุจริตประพฤติมิชอบ ไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง และยังทำการสืบทอดอำนาจเผด็จการโดยการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมารองรับ ทำให้สังคมเกิดการแตกแยก ทำเรื่องสวนความรู้สึกของประชาชน ซึ่งคณะกรรมการญาติวีรชนฯเคยเดินสายพบพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆทุกฝ่ายต่างประกาศยอมรับว่ามีส่วนผิดในการสร้างความขัดแย้ง รวมทั้งกองทัพด้วย คณะกรรมการญาติฯจึงขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้อง เลิกสืบทอดอำนาจ ส่วนบรรดาพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ ก็เลิกคิดเรื่องเช็กบิลแก้แค้นกันด้วย เพื่อให้ คสช.ลงจากอำนาจอย่างราบรื่น ทั้งนี้เพื่อขจัดเงื่อนไขความขัดแย้งรอบใหม่ให้ได้อย่างแท้จริง” นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ประสงค์เล่นการเมืองจริงให้ลาออกจากตำแหน่งทันที แล้วค้นหาบุคคลที่ประชาชนคิดว่าเป็นกลางและไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามารับหน้าที่เป็นรัฐบาลบริหารประเทศในช่วงเวลาหนึ่งจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ส่วนตำแหน่งหัวหน้า คสช.นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็รับหน้าที่แทนได้อยู่แล้ว หากทำได้เช่นนี้จะสมเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร แต่หากยังดันทุรังอยู่ในอำนาจทั้งที่เปิดหน้าไพ่ออกมาหมดแล้วว่าเครือข่ายบริวารไปทำพรรคการเมืองเพื่อรองรับอำนาจตัวเอง และยังอิงกองทัพ ให้มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ก็จะมีเสียงต่อต้านและมีความขัดแย้งไม่มีที่สิ้นสุด

นายอดุลย์กล่าวว่า ส่วนที่มีข้อเสนอให้มีการถวายคืนพระราชอำนาจจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างความปรองดองของคนในชาตินั้น ตนเห็นด้วยในหลักการสร้างความปรองดอง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องทำเช่นนั้น เพราะประเทศกำลังเดินไปสู่การเลือกตั้งทุกฝ่ายกำลังรอคอยรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามแม้ทุกฝ่ายจะกังวลว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกก็สามารถร่วมกันหาทางออกตามแนวทางประชาธิปไตยได้อยู่แล้ว โดยให้พรรคการเมืองใหญ่ที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ตามที่คณะกรรมการญาติวีรชนฯเคยเสนอมาตลอดตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 57 ด้วยการดึงบุคคลทีมีความรู้ความสามารถจากทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วนมาร่วมกันบริหารประเทศแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้เข้าที่เข้าทางก่อนแล้วค่อยกลับสู่กระบวนการปกติอีกครั้ง