เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่โรงแรมเชียงใหม่ออคิด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังสมาชิกลงมติเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ว่า พรรคมีแผนเปิดสำนักงานสาขาพรรค 4 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ส่วนจำนวน ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังเร็วไปที่จะพูด ไม่อยากเหมือนพรรคอื่นที่บอกว่าได้ ส.ส.เท่านั้นเท่านี้ แต่เราไม่แพ้ใคร ส่วนพื้นที่เชียงใหม่ คิดว่าได้ ส.ส.พอสมควร ถ้าตนลงเอง จะนับเป็น 1 ที่นั่ง
“กรณีมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า พท.อาจถูกยุบพรรค จึงตั้งพรรคสำรองไว้นั้น เชื่อว่าไม่ได้หมายถึงพรรคเพื่อธรรม ส่วนการยุบพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลตัดสิน หากถูกยุบพรรคจริง แล้วผู้สมัครอีก 350 เขต พท.ไปไหน ลอยเคว้งไปเลย ถ้ากลับถูกยุบพรรคมาอยู่กับเรา ยินดีต้อนรับ ดังนั้น ต้องไปถามผู้มีอำนาจว่าจะยุบพรรค พท.หรือไม่ แต่เชื่อว่าเพื่อไทยคงรู้ซึ้ง และไม่หาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้ามั่นใจว่าประชาชนเลือกพรรคถูกแน่นอน” นายสมพงษ์ กล่าว
นายพงศกร อรรณนพพร เลขาธิการพรรคเพื่อธรรม กล่าวว่า หลังได้คณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว คงเดินตามกระบวนการทางการเมืองทุกอย่างใน 350 เขต ใครที่มีอุดมการณ์ตรงกันเราจะรับเข้ามา ไม่ว่าเป็นพรรคไหนก็ตาม เราไม่มีสตางค์ซื้อ ถ้าอุดมการณ์เพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่ปฏิเสธการเข้าสู่การเมืองที่ไม่ถูกต้อง เป็นจุดยืนของพรรคพวกเรา จึงอยากเดินไปในทางที่ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม เป็นประชาธิปไตย คิดว่าน่าสมบูรณ์แบบแล้ว
“อย่างไรก็ตาม คนที่ประกาศตัวตั้งพรรค หรือเล่นการเมือง ต้องลาออกจากตำแหน่ง แม้ว่าเป็นคณะกรรมการสถานศึกษายังลาออก เพื่อมานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งผู้ตั้งพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายต้องยุติธรรม หรือแฟร์พอสมควร เพื่อไม่เอาเปรียบคู่แข่งทางการเมือง ส่วนพวกเรามาด้วยใจบริสุทธิ์ อยู่ฝั่งประชาธิปไตย ไม่มีเรื่องทับซ้อนตำแหน่ง หรือผลประโยชน์ ได้ลาออกทุกตำแหน่งแล้ว เพื่อมาเล่นการเมือง และสู้กันแบบประชาธิปไตย ไม่มีอะไรแอบแฝงทั้งสิ้น” นายพงศกร กล่าว

